ขนมสลิ่ม, สัตว์ไถนาสีแดง, ผลส้มเน่า
คนรุ่นใหม่ที่นิยมธนาธร หรือเรียกว่าสีส้ม ส่วนมากก็คือคนที่ไม่ได้สนใจหรือเป็นฝ่ายของการเมืองเก่า ก็จะเป็นคนสมัยใหม่ที่อุดมการณ์ออกไปทางหัวใหม่หัวก้าวหน้า ที่เขาไม่ชอบความไม่อิสระ การถูกคุมมากเกินไป ไม่ชอบอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่โปร่งใส แต่กับส่วนนึงก็คือฝ่ายแดงเก่านี่หละ
จะลองแยกแยะให้เห็นภาพดังนี้ สมมุตินะ คุณลองโพสต์ให้คนมาตอบหรือมาโหวตว่า หากมีตัวเลือกนายก 2 คน คือทักษิณ กับธนาธร ว่าจะเลือกใครเป็นนายก ?
ถ้าตอบว่า “ทักษิณ” นั่นแหละฝ่ายการเมืองเก่า สาวกชาวสีแดง ที่ถูกฝ่ายตรงข้ามเรียกว่าสัตว์ไถนาสีแดง แต่ถ้าตอบว่า “ธนาธร” อันนี้แหละคือฐานคนรุ่นใหม่สีส้ม หัวใหม่จริง ประชาธิปไตยจริง แต่นอกจากจะต้านรัฐบาลตู่ร่วมกันแล้ว มันมีจุดจูนเชื่อมกันในประเด็นของแนวคิดทางการเมือง คืออยู่ฝ่ายตรงข้ามกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม และบรรดาแกนนำก็มีหัวต่อต้านสถาบันด้วย
แล้วจะมาใช้วาทกรรมว่า “ไม่ได้ชังชาติ แต่ชังรัฐบาล” อะไรก็เหอะ นั่นก็เพราะนิยามของความว่าชาติมันไม่ตรงกับฝ่ายอนุรักษ์ ที่เขาถือว่าบางเรื่องห้ามแตะ ห้ามมีการเปลี่ยนแปลง
ในที่นี้จะไม่ตัดสินนะว่าแนวคิดไหนผิดถูก คือมันเป็นความนิยมที่ต่างกัน แต่จะเท้าความว่าที่มาที่ไปเดิมๆเนี่ย คนรักทักษิณเขาไม่ใช่คนนิยมประชาธิปไตยนะ เดิมทีคุณทักษิณก็เข้ามาแบบเผด็จการรัฐสภา สส.เกือบทั้งสภาจะกี่พรรค คุณทักษิณเลี้ยงดูปูเสื่อหมด กลายเป็นเผด็จการรัฐสภา ครองเสียงส่วนใหญ่ในสภา จะออกมติ ร่างกฎหมายอะไรก็ได้ เลือกตั้งกี่สมัยก็ได้เป็นนายก เพราะฐานคะแนนจะกี่พรรค กี่สส.ตามท้องถิ่น คนของทักษิณหมด ไม่ต่างกับรัสเซียหรือตุรกี เป็นประชาธิปไตยเพียงในนามเท่านั้น
คนรักทักษิณหรือสาวกทักษิณ ก็คือคนที่ยอมรับในเผด็จการอำนาจนิยมเหมือนกัน หรือยอมรับในการสืบสันตติวงศ์ ยินยอมพอใจให้ผูกขาดอำนาจไว้กับคนหนึ่งคนใด รักทั้งตระกูล ไม่ต่างอะไรกับที่คนรัสเซียรักปูติน หรือคนเกาหลีเหนือรักตระกูลคิม (ไอ้ที่ลือออกมาว่า คนเกาหลีเหนือถูกกดขี่ อยากหนีออกนอกประเทศอันนั้นมีแต่เป็นส่วนน้อย แล้วปกติชาวโลกก็จะรู้แต่ Fake news จากสื่อตะวันตกมาอีกทอดนึง จริงๆคนเกาหลีเหนือเขาเลื่อมใสในระบอบของเขา)
ลักษณะที่ประชาชนรักผูกขาดคนหนึ่งคนใดหรือตระกูลใด อย่างเกาหลีเหนือหรืออย่างสาวกทักษิณนี่ คือเขาเต็มใจ เขายอมรับในอำนาจเบ็ดเสร็จ เหมือนที่สมัยก่อนคนรักราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์จิ้น คนรักตระกูลยอร์กก็สู้ถวายหัว คนรักตระกูลแลงแคสเตอร์ก็สู้ถวายหัว อะไรทำนองนั้น ก็ไม่ต่างกับฝ่ายขนมสลิ่มที่ยินยอมและภาคภูมิที่จะปกป้องสถาบัน หรือฝ่ายแดงที่สู้เพื่อตระกูลชิน
ทุกวันนี้ฝ่ายสีแดงเขาก็มีความพยามอย่างมากที่จะโปรโมทคุณทักษิณโดยอาศัยจังหวะว่ารัฐบาลนายกตู่มีผู้คนเบื่อหน่ายหรือคนบ่นเรื่องเศรษฐกิจกันมากมาย ทีนี้สาวกคุณทักษิณก็มาละ ออกมาโฆษณาชวนเชื่อว่า สมัยคุณทักษิณไม่มีคนจน ไม่มีหนี้ ถ้าคุณทักษิณบริหารเมืองไทยจะแก้ปัญหาโควิดได้ดีกว่านี้ ! (ว่ากันไปนั่น)
เลยต้องมาขอทวนให้ว่าสมัยนั้นที่ประชาชนเขาไล่ทักษิณก็เพราะต่อต้านอำนาจเบ็ดเสร็จนี่แหละ โปรโมทผลงานออกสื่อทุกวัน “นายกคุยกับประชาชน” พูดฝ่ายเดียว ห้ามมีฝ่ายค้าน พอมีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ให้สื่อเล่นข่าวเยอะ ไปเล่นข่าวหมีแพนด้าแทน (ตอนนั้นไทยพึ่งซื้อแพนด้ามาจากจีน) อีกครั้งนึงก็ปล่อยข่าวจะซื้อลิเวอร์พูลบ้าง ทั้งที่ก็ไม่ได้ซื้อจริงตอนนั้น แล้วภายหลังถึงไปซื้อแมนซิตี้ ขณะที่ระบบศาลก็เชื่อถือไม่ได้ คนของทักษิณหมด
นักวิชาการคนไหนออกมาวิจารณ์ก็บอก “แผ่นเสียงตกร่อง” ซึ่งไม่มีคำพูดนักวิชาการคนไหนได้ออกสื่อเลย คือเผด็จการเบ็ดเสร็จ (อีกมุมนึงคือคนชมว่ามีความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด) ขึ้นศาลเรื่องคอรัปชั่นก็ชนะ เป็นวาทกรรมคำตัดสินของศาลที่สะท้านเมืองมาก “บกพร่องโดยสุจริต” ! เห็นมั้ยไม่ใช่ว่าพึ่งจะยุคปัจจุบันที่รัฐบาลคุมศาลได้ สมัยก่อนนู้นศาลก็อยู่ในอำนาจรัฐบาล
ใครวิจารณ์เรื่องคอรัปชั่น คุณทักษิณก็ไปปิดรายการเขา อย่าง “เมืองไทยรายสัปดาห์” ของคุณสนธิ ลิ้ม จนเขาไปทำ ASTV เผยแพร่ทางเคเบิ้ล ก็พยามตามไปปิด จนกลายเป็นเกิดม็อบต้านรัฐบาลขึ้นมา คุณทักษิณก็ตั้งม็อบมาสู้ มีถึงขั้นบุกเคเบิ้ลท้องถิ่นไปยิงเจ้าของตายก็มี บุกไปทุบตีม็อบฝ่ายต้านรัฐบาล นี่หละรัฐประหารมันจึงเกิด
ตอนนั้นถ้าคุณทักษิณไม่บริหารแบบเผด็จการ ใครอยากวิจารณ์ก็วิจารณ์ไป สนธิ ลิ้มพูดไรก็พูดไป แถมเฟซบุ๊กก็ไม่มี ไม่มีเกรียนโซเชียล พวก Fake News ก็แทบไม่มี กระจายยาก ปัญหาประชาชนฆ่ากันก็ไม่เกิด
อย่างทุกวันนี้ รัฐบาลมาจากอำนาจเบ็ดเสร็จเหมือนกัน แต่มันต่างกันตรงที่ สมัยนี้เขาไม่ตั้งม็อบมาตี เขาสู้กันผ่านอินเตอร์เน็ต ฝ่ายนึงตั้งกลุ่มตีรัฐบาลทางโซเชียล ฝ่ายรัฐบาลก็ตั้ง IO มาตีกลับ
ธนาธรจัดชุมนุมสงบเรียบร้อยก็จบไป ใครวิจารณ์ก็ว่าไป คนเขาจะพิจารณาข้อมูลที่คุณพูด ก็เหมือนม็อบมือตบหรือม็อบเสื้อเหลืองนั่นแหละ ตอนแรกเขาก็มีแต่นักศึกษามาฟัง มีคนแก่มาฟัง สงบเรียบร้อย แต่พอคุณทักษิณไปตั้ง “คาราวานคนจน” มาตีเสื้อเหลือง คราวนี้มันเลยมีการปะทะแล้วทำให้มีข้ออ้างให้รัฐประหาร ซึ่งเป็นรัฐประหารที่ชาว กทม.พอใจยินดีมาก ตอนนั้นถ้าคุณทักษิณปล่อยให้มีม็อบประท้วงวิจารณ์ได้ไม่ต้องตั้งกลุ่มไปตี ตัวเองก็คงไม่เสียอำนาจไป
หลังรัฐประหารก็ตั้ง นปก.มาลุย คราวนี้แหละทั้งเหลืองทั้ง นปก.ต้องพกอาวุธกันละ เขาต้องจ้างทั้งนักรบนักเลงมาคุมม็อบ ยิ่งพอสมัย นปช. เสื้อแดง สองฝ่ายนี่กลายเป็นกองทัพดีๆนี่เอง เล่นอาวุธหนักใส่กันเลย มีอาวุธสงครามครบมือ
แต่ทุกวันนี้สถานการณ์บ้านเมืองต่างกันลิบ โดยที่ 80% เรื่องการเมืองในโซเชียลจะเป็นการโจมตีรัฐบาลตู่ นักร้องแต่งเพลงด่ารัฐบาลเต็มไปหมด ไม่ถูกปิด ไม่ถูกจับ แต่รัฐบาลแค่ใช้วิธีหนามยอกหนามบ่ง คือจัดตั้งกลุ่มตอบโต้ทางโซเชียล ซึ่งมันก็ไม่ดีตรงที่ต่างฝ่ายต่างมี Fake news ทั้งคู่
สมัยนั้นนักวิชาการฝ่ายนิยมประชาธิปไตย ฝ่ายเสรีหรือหัวก้าวหน้าเนี่ย เขาก็ต้านทักษิณกัน แต่พอหลังจากรัฐประหาร 49 เท่านั้นหละมันเริ่มจัดฝ่ายแบ่งฝ่ายกันใหม่
ฝ่ายก้าวหน้าก็เริ่มเห็นละว่า ขั้วตรงข้ามทักษิณเนี่ยเป็นหัวอนุรักษ์นิยม แล้วก็ยอมรับในเผด็จการด้วย ถ้าเผด็จการนั้นจะปกป้องสถาบันชาติ แต่ทักษิณนี่เป็นหัวก้าวหน้า เรื่องสถาบันชาติไม่สำคัญ สำคัญที่เสรีประชาธิปไตยต้องมาก่อน
ฝ่ายก้าวหน้าอย่างครอบครัวและผู้สนับสนุนทักษิณ ก็เช่นสื่อ Voice (ที่มีคุณช่อเข้าไปทำ) หรือคนหัวใหม่อย่างจอห์น วิญญู อะไรเหล่านี้ก็เลยมาเป็นฝ่ายเดียวกัน ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่ดีนะ ไม่ได้มาชี้ว่าใครดีใครชั่ว แค่มาชี้ให้เห็นว่าใครมีอุดมการณ์แนวคิดแบบไหน
ค่ายของฟ้าเดียวกันอะไรต่างๆ เหล่านี้มันก็มาจูนเข้ากับคนยุคใหม่อย่างพลพรรคของคุณธนาธรแล้วก็แฟนคลับทั้งหลาย มันถูกสเป็คกัน เรียกว่าเป็นยุคของเขาพอดี คือคนยุคใหม่เขาไม่ค่อยสนใจเรื่องอนุรักษ์นิยมอะไรอยู่แล้ว
นักร้องวง Rap Against Dictatorship ตอนนั้นก็ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ใช่ว่าต่อต้านเฉพาะรัฐบาลเผด็จการคสช. “เผด็จการรัฐสภาเราก็ต่อต้าน” เห็นมั้ย (แต่อยากให้แสดงจุดยืนให้ชัดกว่านี้) แสดงว่าเขาไม่พอใจบ้านเมืองมาตลอด เพียงแต่รวมเอาทุกอย่างมาลงในเพลงเดียว มันกลายเป็นว่าเอาเรื่องสกปรกของทุกเรื่องเมืองไทยมาลงที่รัฐบาลตู่อย่างเดียว เป็นมโนเหมารวมแล้วเอามาลงที่แพะตัวเดียว
ทุกวันนี้ใครคดใครโกงมาลงที่รัฐบาลตู่หมด ก็นับว่าเป็นจังหวะของแกพอดี ลำพังแค่นาฬิกายืมเพื่อนและทีมงานแย่ๆก็ต้านกระแสประชาชนไม่ไหวแล้ว ไหนจะเรื่องต่างๆที่มันมีในเมืองไทยมาตลอดอยู่แล้ว อย่างกรณีกระทิงแดง (ผิดถูกด้านกฎหมายไม่พูดถึง เพราะกฎหมายมีหลายมุม) แต่เรื่องมันมีมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลปูแล้ว ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับรัฐบาล มันเป็นเรื่องของประเทศไทย เหมือนกับเรื่องคอรัปชั่น หรือเรื่องคนจนคนติดหนี้ มันก็เป็นแบบนี้มาทุกสมัย ไม่งั้นเสือ ธนพลจะแต่งเพลง “ชีวิตหนี้” ทำไม ไม่มียุคไหนหรอกที่คนไทยไม่จน
อย่างที่เรารู้กันดีว่าคุณจั๊ดช่อง One เป็นสื่อแบบหัวกลางๆ เรื่องไหนโจมตีรัฐบาลเขาก็โจมตีหนัก เรื่องไหน Fake news เขาก็แจงให้ นี่เป็นการอธิบายตอบโต้เนื้อหาเพลง “ประเทศกูมี” แบบชัดทุกประเด็น ว่าอันไหนตรงไม่ตรง