และแล้วปี 2020 ลีดส์ได้แชมป์ลีกรองและกลับขึ้นลีกสูงสุดอีกครั้ง หนึ่งในทีมตำนานของอังกฤษได้กลับมาอยู่ในจุดที่ควรอยู่ ก็จะทำให้ฟุตบอลมีสีสันมากขึ้น ถึงแม้เวลานี้ลีดส์จะไม่ได้อยู่ในระดับทีมเก่งแต่ฐานแฟนบอลเขาแน่น
ระหว่างลิเวอร์พูล - แมนยู เป็นอริที่เกลียดชังกันในฐานะ 2 ทีมคู่แข่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในอังกฤษ มีแฟนบอลมากในทั่วโลก ก็จะอยู่ในระดับด่ากันไปกันมา อิจฉากันถากถางเยาะเย้ยกัน แต่สามารถอยู่ร่วมบ้านกันได้เป็นเพื่อนกันได้ ในครอบครัวเดียวกันก็อาจมีแฟนบอลลิเวอร์พูล - แมนยูอยู่ร่วมกัน แต่ระหว่างลีดส์ - แมนยู คือไม่ได้เด็ดขาด
มันยิ่งกว่าการเมือง ยิ่งกว่าศาสนา มันเหมือนระดับของความชาตินิยมหรือประมาณความคลั่งไคล้สถาบัน โรงเรียนอาชีวะนึงที่เป็นอริกับอีกสถาบันนึงประมาณนั้น ในครอบครัวลีดส์หรือแมนยูที่เป็นคนท้องถิ่น จะมีลูกหลานไปชอบอริไม่ได้ ถือว่ากบฏต่อตระกูลเลยทีเดียว ถ้า 2 ทีมนี้เจอกันตำรวจต้องคุมเข้มเป็นพิเศษเพราะอาจจะมีการเมาและตีกันได้ทุกเมื่อ
คนไทยถูกสั่งสอนร่ำเรียนปลูกฝังว่าพม่าเป็นศัตรูมาตั้งแต่โบราณ เพราะถ้านึกถึงการเสียสละของบรรพบุรุษเราก็จะนึกถึงการรบกับพม่า มีสงครามมาหลายครั้ง แต่ปัจจุบันความสัมพันธ์มันเปลี่ยนไป เราไม่ได้เป็นศัตรูกับพม่าแล้ว ต่างกับสถานการณ์ของลีดส์ - แมนยู แฟนฟุตบอลต่างสั่งสอนลูกหลานกันมาเป็นรุ่นๆตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นทวดว่าต้องเกลียดกัน ถึงแม้เขาจะไม่ได้อินกับประวัติศาสตร์แล้ว แต่ชาวเมืองเกลียดหน้ากันเรื่อยมาตั้งแต่ยุคสงครามดอกกุหลาบ อันนี้เป็นเรื่องแปลกมากที่ชาวเมืองจะเกลียดกันได้ยาวนานหลายศตวรรษ
สงครามดอกกุหลาบก็คือที่มาของซีรี่ส์ Game of Thrones คือฝ่ายตระกูล "ยอร์ค" ที่ในเรื่องคือ "สตาร์ค" ห้ำหั่นกับตระกูล "แลงแคสเตอร์" หรือในเรื่องก็คือ "แลนนิสเตอร์" ที่กุมอำนาจและข่มเหงมานาน สุดท้ายตอนจบก็คือสตาร์คหรือยอร์คเป็นฝ่ายได้ขึ้นปกครอง ยอร์คมีตรากุหลาบขาว แลงแคสเตอร์ใช้ตรากุหลาบแดง ซึ่งปัจจุบันยอร์คก็คือถิ่นของลีดส์ ส่วนแลงแคสเตอร์ก็คือถิ่นของแมนเชสเตอร์
ทุกวันนี้โลโก้ของสโมสรลีดส์ก็ยังคงเป็นกุหลาบสีขาว ขณะที่แมนยูถึงแม้จะไม่ใช้รูปดอกกุหลาบแต่ยังคงใช้สีแดงเป็นเอกลักษณ์ ต่างกับแมนซิตี้ที่ใช้สีฟ้าซึ่งบ่งบอกว่าไม่ได้อวยฝ่ายแลงแคสเตอร์ เลยทำให้ไม่เป็นอริกับลีดส์
พูดถึงลีดส์นั้นในอดีตคือทีมเก่ง เป็นทีมใหญ่ของอังกฤษในยุค 60-70 และเป็นทีมรักของ ย.โย่ง นักข่าวและนักบรรยายกีฬาเบอร์หนึ่งของไทย แต่ลีดส์ก็ไม่มีโชคพอที่จะคว้าแชมป์ได้มากมายนัก ขณะที่ยุคก่อนก็มีคู่แข่งเก่งๆเยอะ ทั้งแมนยู, สเปอร์ส, ลิเวอร์พูล
ถ้าพูดถึงบอลสเปนแล้วนึกถึงแอตเลติโก มาดริด เราจะมองว่าเป็นทีมอ่อนหรือทีมเก่ง ? แน่นอนว่าแฟนบอลสมัยนี้ก็ต่างยอมรับว่าแอตเลติโกเป็นทีมเก่งทีมแข็งอันดับต้นๆของยุโรป เพียงแต่ไปไม่ค่อยถึงแชมป์ พอได้เข้าชิงถ้วยยุโรปก็ทำได้แค่รองแชมป์ สำหรับลีดส์ก็คล้ายๆกัน สมัยก่อนถือเป็นทีมแข็งที่สุดทีมนึง และมีบางช่วงที่พวกเขาเป็นทีมเก่งอันดับหนึ่งของลีกอังกฤษ เพียงแต่ไม่ค่อยได้แชมป์
(( ลีกอังกฤษมีการเปลี่ยนชื่อรายการหลายครั้ง เช่น จากดิวิชั่นสอง กลายเป็นดิวิชั่นหนึ่ง และกลายเป็นแชมเปี้ยนชิพ, ส่วนดิวิชั่นหนึ่ง กลายเป็นพรีเมียร์ลีก, ดิวิชั่นสาม กลายเป็นดิวิชั่นสอง และกลายเป็นลีกวัน ดังนั้นในสถิติรางวัลเกียรติยศโดยทางการและในวิกิพิเกียก็จะใส่ชื่อทั้งหมดรวมกัน ))
ในที่นี้ไม่ขอใส่ข้อมูลครั้งที่ได้รองแชมป์ หรือแชมป์ลีกในระดับรอง และถ้วยรางวัลกระชิบมิตร
โดยถ้วยรางวัลรายการหลักของลีดส์มีดังนี้ :
ดิวิชั่นหนึ่ง / พรีเมียร์ลีก 3 สมัย : 1968–69, 1973–74, 1991–92
เอฟเอคัพ 1 สมัย : 1971–72
ลีกคัพ 1 สมัย : 1967–68
สำหรับถ้วยยุโรปนั้น ลีดส์ได้เข้าชิงแต่ทำได้แค่รองแชมป์ในปี 1975
พอเข้ายุค 80 มันเป็นช่วงเวลาของลิเวอร์พูล, เอฟเวอร์ตัน, อาร์เซนอล ที่กำลังพีค ส่วนลีดส์เริ่มๆที่จะขาลงแต่ยังเป็นทีมท็อปอยู่
ในยุค 90 หรือยุคพรีเมียร์ เป็นช่วงเวลาที่แมนยู, อาร์เซนอล, เชลซี ขึ้นมาเป็นทีมท็อป ส่วนลีดส์ไม่ใช่ทีมท็อปอีกต่อไปแต่ก็ถือเป็นทีมที่เก่งและอันตรายสำหรับทีมอื่น ถ้าเทียบกับฤดูกาลนี้ก็คือพอๆกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, วูล์ฟ มีนักเตะเก่งๆที่แฟนบอลพรีเมียร์ชื่นชอบ
นักเตะตำนานของสโมสรลีดส์คือ “แจ็ค ชาร์ลตัน” ผู้เล่นทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลก 1966 และอีกคนที่อยู่ในชุดแชมป์โลกด้วยก็คือ “นอร์แมน ฮันเตอร์”
แจ็คกี้ ชาร์ลตัน กับถ้วยเอฟเอคัพ 1972
สตาร์ดังของลีดส์ในยุคพรีเมียร์ : “มาร์ค วิดูก้า” กองหน้าตัวเก่งทีมชาติออสเตรเลีย“โจนาธาน วูดเกธ” กองหลังทีมชาติอังกฤษ เล่นเซ็นเตอร์คู่กับริโอ เฟอร์ดินานด์
นักเตะลีดส์ที่ทรยศย้ายไปอยู่ทีมอริคือ : “อลัน สมิธ” ตัวจี๊ดที่โชว์ฟอร์มเก่งตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน ทำผลงานดีจนเฟอร์กี้ต้องฉกไปแมนยู“เอริค คันโตน่า” มาลีดส์แค่ปีเดียว พอได้แชมป์ลีกปึ๊บก็ย้ายไปอยู่แมนยู((* ลีดส์เป็นทีมสุดท้ายที่ได้แชมป์ในนามดิวิชั่นหนึ่ง ก่อนที่ฤดูกาลต่อมารายการถูกเปลี่ยนเป็นพรีเมียร์ ซึ่งคันโตน่าก็ได้แชมป์ร่วมกับแมนยูต่อทันทีในนามพรีเมียร์สมัยแรก *)) “ริโอ เฟอร์ดินานด์” เก่งมาตั้งแต่สมัยที่เวสต์แฮมปั้นขึ้นมาจนย้ายมาอยู่ลีดส์ แล้วเฟอร์กี้ก็ชอบแกล้งทีมอริโดยการฉกนักเตะไปอยู่กับตัวเอง
คันโตน่าและเฟอร์ดินานด์ ทั้ง 2 คนนี้ได้ไปสร้างตำนานให้แมนยูประสบความสำเร็จ เรียกว่าทรยศสองชั้นเลย คือแค่ย้ายไม่พอแต่กลายไปเป็นนักเตะตำนานคนสำคัญของแมนยูด้วย
(( เฟอร์กี้ชอบเล่นงานทีมอริโดยการฉกตัวนักเตะ เช่นเคยทาบทามเจอร์ราร์ดจากลิเวอร์พูล แต่เจอร์ราร์ดไม่ไป และเคยจะดึงโอเว่นตั้งแต่แรกๆไม่สำเร็จ แต่ในที่สุดก็สามารถดึงโอเว่นไปร่วมทีมได้ตอนช่วงปลายการค้าแข้งที่โอเว่นอยู่กับนิวคาสเซิล ))
ส่วนนักเตะลีดส์ที่ย้ายทีมแล้วยังคงยืนหยัดขออยู่ในทีมตรงข้ามแมนยูคือ : “แฮรี่ คีเวล” “ร็อบบี้ คีน” “เจมส์ มิลเนอร์” 3 คนนี้กลายมานักเตะลิเวอร์พูล ซึ่งคีเวลนั้นอยู่ในลิเวอร์พูลชุดแชมป์ยุโรป 2005 ส่วนมิลเนอร์ย้ายไปได้แชมป์ลีกกับแมนซิตี้ ก่อนจะมาประสบความสำเร็จกับลิเวอร์พูลทั้งแชมป์ยุโรปและแชมป์ลีก
สำหรับนักเตะลิเวอร์พูลที่ต่อมาย้ายไปเล่นให้ลีดส์ก็มี ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, โดเมนิค มัตเตโอ
[ โดย โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]
C. fanpage : ตำนานฟุตบอล