แมนซิตี้รอดโทษแบนยุโรป กับผลดี-ผลเสีย ต่อทีมอื่น

การที่แมนซิตี้รอดโทษแบนยุโรป 2 ปี จะเป็นผลดีต่อทีมอื่นในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก คือจากเดิมถ้าสมมุติฤดูกาลหน้าแมนซิตี้ไม่มีโปรแกรมแชมเปี้ยนส์ลีก พวกเขาก็จะมาใส่เต็มที่ทุกนัดในลีก ก็จะทำให้ได้เปรียบลิเวอร์พูลและทีมอื่นๆที่ต้องไปเล่นฟุตบอลยุโรป

ส่วนการซื้อขายนักเตะ ถึงจะโดนแบนหรือไม่แบน ยังไงแมนซิตี้ต้องเสริมทีมหนักๆอยู่แล้วโดยเฉพาะเซ็นเตอร์และแบ็คซ้าย ฉะนั้นมันไม่มีผลเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ ใครๆก็อยากมาแมนซิตี้

แต่การรอดพ้นโทษแบน มันจะส่งผลเสียต่อทีมอันดับ 5 ฤดูกาลนี้ และกระทบไปถึงทีมที่ลุ้นไปยูโรป้าด้วย ตอนนี้ยังไม่แน่นอนว่าทีมไหนจะจบอันดับ 5 จะเป็นแมนยู, เชลซี, เลสเตอร์ เป็นไปได้หมด ซึ่งจะอดไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก

ทีนี้เมื่อพูดถึงกฎไฟแนลเชียลแฟร์เพลย์แล้ว การที่ทีมนึงใช้เงินเศรษฐี เงินนอกระบบการบริหารสโมสรมาซื้อความสำเร็จ มันก็เป็นการไปเอาเปรียบทีมอื่นๆที่เขารักษากติกามาอย่างถูกต้อง เช่น ลิเวอร์พูล, แมนยู ฯลฯ

อย่างแมนยูนี่รวยจริง แต่รวยจากบารมีความสำเร็จเก่าๆ การที่เขาขยายธุรกิจไปเอเชียและทั่วโลก มีแฟนบอลสนับสนุน มีสปอนเซอร์อย่างถูกกฎหมายสนับสนุน กลายเป็นว่าทีมเหล่านี้ก็ถูกเอาเปรียบ โดยแมนซิตี้สามารถซื้อนักเตะแพงๆ จ้างโค้ชจ้างนักเตะแพงๆ ขณะที่ทีมอื่นทำไม่ได้เพราะมัวแต่รักษากติกา

ที่มาของคดีนี้คือ สโมสรแมนซิตี้ได้ปลอมแปลงเอกสารเพื่อเอาเงินนอกสโมสรมาทุ่ม ก็มีแฮคเกอร์ที่ล้วงข้อมูลมาได้ ทางสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่าเมื่อเห็นเข้าก็พบว่าเป็นของจริงเลยขอตรวจสอบ แต่ทางแมนซิตี้ปฏิเสธและขัดขวางการตรวจสอบ นี่ก็บ่งชี้แล้วว่าไม่มีความบริสุทธิ์ เพราะถ้าโปร่งใสจริงให้ตรวจสอบก็จบ

ยูฟ่าได้ตรวจสอบหลักฐานในที่สุดแล้วก็พบความผิดจริงเลยสั่งแบนแมนซิตี้ 2 ปี งดเล่นฟุตบอลยุโรปและปรับ 30 ล้านยูโร (25 ล้านปอนด์) แมนซิตี้เลยยื่นอุทธรณ์ไปยังศาลกีฬาโลก สุดท้ายคำตัดสินออกมาคือ ให้แมนซิตี้รอดพ้นโทษแบน เนื่องจากเอกสารไม่ชัดเจน เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว และมาจากข้อมูลที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย จึงลงโทษแค่ปรับ 10 ล้านยูโร ฐานที่ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบ

นี่คือคำอ้างในคำพิพากษาจริง จากตรงนี้ถามพ่อแม่พี่น้องว่า มันใช่หรือ ? มันฟังขึ้นหรือ ?

(( ใครบอกว่าคำพิพากษาชุ่ยๆ มีแต่เมืองไทยและเอเชีย อันนี้เข้าใจผิดนะครับ ถ้าลองอ่านการวิจารณ์คดีในยุโรปและอเมริกา จะพบว่ามีเป็นเรื่องปกติที่ถูกวิจารณ์ว่าบางคดีไม่โปร่งใส ))

ผมยอมรับว่าปกติทางยูฟ่าก็งี่เง่าบางครั้ง แต่เรื่องนี้ถ้ายูฟ่าไม่มีหลักฐานพอเขาไม่เล่นงานหรอกครับ เพราะเขาไม่มีส่วนได้จากเรื่องนี้ ในทางตรงข้ามถ้าแมนซิตี้ในฐานะทีมเต็งจากบ่อน ได้เล่นในยุโรปต่อ จะเป็นผลดีกับทางยูฟ่าด้วยซ้ำ

ดังนั้นผมมองว่ายูฟ่าเล่นงานแมนซิตี้ด้วยความเที่ยงตรงโปร่งใส เพื่อทำให้กฎไฟแนลเชียลฯของเขามันศักดิ์สิทธิ์ ใครไม่ทำตามกฎก็ต้องถูกเชือด ไม่ใช่มาทำเป็นไม่เห็นหัวยูฟ่า

แต่พอดีว่าศาลกีฬาโลกดันไม่เที่ยงไง แสดงว่าชีคมันซูรเขาใหญ่จริง เงินถึงจริงๆ อันนี้ว่ากันตามตรงตามความเป็นจริงของโลกใบนี้ ไม่ใช่ว่าต้องมาทำหล่อโลกสวย เพราะถ้าเราทำหล่อไปปกป้องแมนซิตี้ นั่นไม่ใช่ว่าเราเป็นธรรมนะ แต่มันกลายเป็นว่าเราไปกล่าวหาทางยูฟ่าว่าเขาผิด

ในมุมของกฎหมาย ก็มีคนมองว่าสามารถสู้ได้ ว่าที่มาของข้อมูลนั้นมาจากการแฮคซึ่งผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ แต่ขณะที่อีกมุมในทางกฎหมายก็ถือว่าใช้ได้ เพราะตัวแฮคเกอร์ถูกดำเนินคดีไปแล้ว ในขณะที่ความผิดของแมนซิตี้ถือเป็นคนละส่วนกัน

สโมสรแมนซิตี้ออกมาฮึ่มๆ ขู่ว่าจะฟ้องยูฟ่าที่ทำให้เขาเสื่อมเสียชี่อเสียง ผมฟันธงเลยว่าแมนซิตี้ไม่กล้าฟ้องหรอก แค่ประกาศออกสื่อแบบนี้เพื่อรักษาหน้าเฉยๆ เพราะถ้าสู้กันไปเรื่อยๆจนสุดซอย ผมว่าทางยูฟ่าชนะ แล้วตอนนี้ทางยูฟ่าก็กำลังพิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์เอาผิดแมนซิตี้ต่อหรือไม่

ซึ่งเวลานี้ผมประเมินสถานการณ์ว่า ทีมงานชีคมันซูรที่ไปล็อบบี้ศาลกีฬาฯมาเรียบร้อยแล้ว ก็กำลังพยามหาทางเข้าหาเพื่อล็อบบี้กับยูฟ่าต่อ ตรงนี้แน่นอนว่ามันคือการวิเคราะห์ ถ้าใครจะมองว่าผมกล่าวหาก็มีสิทธิ์แต่ให้รู้ว่ามันก็ไม่ถูกซะเดียว เพราะมันอยู่บนความเป็นไปได้กว่ามุมอื่น แล้วพวกนักวิเคราะห์ที่ออกมาป้องแมนซิตี้เวลานี้ เขาก็กำลังกล่าวหาทางยูฟ่าเช่นกัน

[ โดย โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

“สาวลับใช้” (The Maid) 18+ Thriller – Horror หนังยอดเยี่ยม สำหรับคอหนังแนวใหม่

ปกติผมจะเปิดดูหนังไทยยากมากครับ บางทีเปิดดูไม่ถึงครึ่งเรื่องก็เลิกละ ภาพเสียงและการกำกับมันไม่ผ่าน

พอดูเรื่องนี้ทีแรกก็คิดว่าคงจะหนังผีธรรมดาไม่มีอะไร แต่ที่ยอมดูต่อก็เพราะเทคนิคการถ่ายการตัด ภาพสวยเสียงดี ชอบดนตรีประกอบมาก ก็รู้เลยว่าหนังดีแน่ๆ

ปรากฏว่ามันเป็นหนังที่มีฉาก Thriller แปลกใหม่  อันนี้ก็จะลงรายละเอียดไม่ได้ว่ามีซีนอะไรบ้างไม่งั้นจะสปอยล์เอา คือเทคนิคและการแต่งหน้าของตัวละคร รวมถึงลวดลายลีลาการลงมือ มันเป็นท่าที่ค่อนข้างสร้างสรรค์ คือในหนังสากลเองที่ผมเสพมาตลอดก็ไม่ค่อยมีลีลาแบบนี้

ถ้าใครหวังจะดูหนังผี บอกได้เลยว่าไม่ใช่หนังผี จะไม่ใช่อารมณ์แบบ The Ring , Annabelle Comes Home หรือ Shutter สำหรับคนที่ต้องการความหลอนอะไรพวกนั้น  แต่เรื่องนี้มันเป็นหนังแนว Thriller ที่เอามาผสมกับแนวผี มีแนว Drama เล็กๆไม่เยอะ (แต่ที่จริงถ้าไม่ใส่มาจะดีกว่า)

ส่วนเรื่องเนื้อหาก็ไม่มีอะไรซับซ้อน สำหรับผมก็จะหักคะแนนลงจากตรงนี้ ถ้าเรื่องต่อๆไปพัฒนาในเรื่องความแปลกใหม่ หรือมีไอเดียสร้างสรรค์ทำบทแนวใหม่ๆก็จะดีขึ้น

แต่เข้าใจได้ว่าในแง่มุมของหนังผี หนังฆาตกรรม อะไรเหล่านี้ บางทีเนื้อหามันไม่ต้องเยอะ เน้นที่ฉากเน้นที่อารมณ์  ส่วนหนังประเภทที่เน้นเนื้อหามากที่สุด ซับซ้อนที่สุดก็คือแนว Mystery และประเภทสืบสวนสอบสวนจำพวกนั้นไป

ในส่วนของนักแสดงตัวเอก ก็คือสาวน้อยคนรับใช้ อันนี้เข้าใจเลยว่าทำไมถึงถูกคัดมาเล่นเรื่องนี้ ต่อไปผมว่าถ้ามีหนังแนววัยรุ่นกวนteen แล้วก็แนวไซโค อะไรพวกนี้ผมว่าเหมาะมาก

สำหรับเรื่อง “สาวลับใช้” ผมก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่กรรมการตัดสินมอบรางวัล แต่จะให้คะแนนจากประสบการณ์เทียบกับเรื่องอื่นที่เสพมา ก็จะดูโดยรวมนะครับ ทั้งเรื่องภาพ เสียง เทคนิค การแสดง บทและการเรียบเรียง

เรตหนังไทย   9/10
เรตหนังเอเชีย  8/10
เรตหนังสากล   6.5/10

เห็นมีคนโพสต์ตำหนิวิจารณ์ ก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ คนเราชอบแตกต่างกัน บางคนถูกจริตบางคนไม่ถูกจริต ผมไม่ได้เจตนาโพสต์เพื่อแย้ง เพราะตั้งใจจะรีวิวเองอยู่แล้ว แต่พอดีเห็นรีวิวผ่านตาก่อนหน้านี้ เจอมุมมองที่เป็นการตำหนิก็รู้สึกงงว่าเฮ้ย! หนังดีแบบนี้มีคนวิจารณ์ทางลบด้วยเหรอ?  แต่พอทำความเข้าใจมุมมองก็เลยรู้ว่าอ๋อ..เขาไปโฟกัสคนละจุด แล้วไปตีโจทย์เป็นหนังผี มันก็คนละฟีลลิ่งสิครับ หนังผีคือหลอนลุ้นระทึกตกใจ แต่เรื่องนี้มันโชว์ด้านอื่น อันนี้ต้องดูเองสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู

ฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นส่วนที่ผู้สร้างต้องนำไปปรับปรุงต่อไป ว่าต้องชัดเจนในการโปรโมทและสื่อสารให้คนดูเข้าถึงเป้าหมายที่ต้องการนำเสนอ

C. pantip : ตา o

“ทริปเปิ้ลแชมป์” คืออะไร ? / ◾สโมสรในอังกฤษที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์ ◾

มีพูดถึงกันมาก ถามกันเยอะว่า
“ทริปเปิ้ลแชมป์” เขานับกันยังไง ?

ตรงนี้เลยต้องขอให้ความรู้ทำความเข้าใจว่า ทริปเปิ้ลแชมป์ ในทางภาษาแปลว่า "3 แชมป์" หมายถึงการได้ 3 ถ้วยรางวัลในฤดูกาลเดียว โดยทางสมาคมไม่ได้มีสูตรหรือกฎเกณฑ์แบบที่สื่อมวลชนหรือที่แฟนบอลมาแยกว่าถ้วยไหนนับหรือไม่นับ

จากประวัติศาสตร์ ลิเวอร์พูลเป็นทีมแรกในอังกฤษที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์ ซึ่งนี่คือปรากฏการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในวงการลูกหนังอังกฤษ

โดยทริปเปิ้ลแชมป์ที่ปรากฏ มีลิสต์ดังนี้ :

▫️1.) ลิเวอร์พูล ปี 1984 – ได้ 2 แชมป์รายการใหญ่ กับ 1 บอลถ้วยเมเจอร์ในประเทศ คือ ดิวิชั่นหนึ่ง (พรีเมียร์ลีก), ยูโรเปี้ยนคัพ (ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก), ลีกคัพ

▫️2.) แมนยูไนเต็ด ปี 1999 – ได้ 2 แชมป์รายการใหญ่ กับ 1 บอลถ้วยเมเจอร์ในประเทศ คือ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, เอฟเอคัพ

▫️3.) ลิเวอร์พูล ปี 2001 – ได้ 1 แชมป์รายการเล็ก กับ 2 บอลถ้วยเมเจอร์ในประเทศ คือ ยูฟ่าคัพ (ยูโรป้า), เอฟเอคัพ, ลีกคัพ

▫️4.) แมนซิตี้ ปี 2019 – ได้ 1 แชมป์รายการใหญ่ กับ 2 บอลถ้วยเมเจอร์ในประเทศ คือ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอคัพ, ลีกคัพ

▫️5.) ลิเวอร์พูล ปี 2019 – ได้ 1 แชมป์รายการใหญ่ยุโรป กับ 1 ถ้วยเมเจอร์ของยูฟ่า และ 1 ถ้วยใหญ่ของฟีฟ่า คือ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ, ฟีฟ่าคลับเวิร์ลคัพ (สโมสรโลก)

โดยสรุปคือ :
▪️ทีมอังกฤษทีมแรกที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์คือ “ลิเวอร์พูล”
▪️ทีมอังกฤษที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์มากที่สุดคือ “ลิเวอร์พูล” โดยทำได้ 3 ครั้ง
▪️ทีมอังกฤษทีมแรกที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์ด้วยบอลถ้วยรายการใหญ่คือ “แมนยูไนเต็ด” คือได้เอฟเอคัพ (ซึ่งปี 1984 ที่ลิเวอร์พูลทำได้คือถ้วยลีกคัพ ถือว่าเล็กกว่าเอฟเอคัพ)
▪️ทีมอังกฤษทีมแรกที่ได้ทริปเปิ้ลแชมป์รายการในประเทศคือ “แมนซิตี้”

เรื่องการวางสูตรเรื่อง "ดับเบิ้ลแชมป์" และ "ทริปเปิ้ลแชมป์" ที่แฟนบอลพูดกัน เป็นเรื่องที่เกิดจากสื่อมวลชนแต่ละสำนักมาเล่นข่าวกันเองวางกฎเกณฑ์กันเอง เช่นปี 1961 สเปอร์สได้แชมป์ดิวิชั่นหนึ่งและเอฟเอคัพ สื่อมวลชนก็ระบุว่าเป็นดับเบิ้ลแชมป์ทีมแรก แล้วแฟนบอลก็เริ่มนับด้วยสูตรนั้นตามๆกันมา

หรือของแมนยูไนเต็ด ปี 1999 สื่อมวลชนบางสำนักก็โปรโมทกันว่าเป็นทริปเปิ้ลแชมป์ทีมแรกของอังกฤษในสูตรที่ว่า นับถ้วยลีกสูงสุด, ถ้วยใหญ่ยุโรป, ถ้วยเอฟเอคัพ อันนี้คือกฎเกณฑ์จากสื่อมวลชน เลยทำให้สื่อของลีกอื่นเริ่มนับตามๆกันมากับสโมสรในประเทศตัวเอง

แต่อย่างไรก็ตาม โดยการนับสถิติจากสมาคมฟุตบอล (ฟีฟ่า, ยูฟ่า, และสมาคมแต่ละลีก) เขาไม่ได้ใช้สูตรตามนี้ และหลายๆสื่อก็ถือว่าถ้วยเมเจอร์ทุกรายการนับหมด อย่างของอังกฤษเขาก็นับถ้วยลีกคัพ เพราะเป็นถ้วยของ "ฟุตบอลลีกอังกฤษ" (อีเอฟแอล) ซึ่งเป็นรายการเฉพาะสโมสรในลีกอาชีพ ส่วนเอฟเอคัพเป็นถ้วยของ "สมาคมฟุตบอล" ซึ่งให้สโมสรนอกลีกเข้าร่วมแข่งด้วย

ดังนั้นของแมนซิตี้ ในปี 2019 สื่อมวลชนก็เล่นข่าวว่าเป็นทริปเปิ้ลแชมป์เช่นกัน โดยนับเป็น 3 แชมป์ภายในประเทศ

C. fanpage : โลกฟุตบอล

อนาคตลิเวอร์พูล หลังได้แชมป์ (2019/20) กับอนาคตแมนยูคู่ปรับ

“ไม่ได้ป้องกันแชมป์ แต่ล่าแชมป์”
เป็นวาทกรรมปลุกใจจากคล็อปป์ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อเรื่องอนาคตทีม

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปั่นฟรีคิกทำประตูนัด ถล่มคริสตัล พาเลซ 4-0 ในเกมพรีเมียร์ลีก 2019/20

เจอร์เก้น คล็อปป์ บอกว่าฤดูกาลหน้าทีมที่จะเป็นคู่แข่งมีทั้ง แมนซิตี้, เชลซี, แมนยู นั่นหมายความว่า คล็อปป์ประเมินสถานการณ์ไว้แล้วโดยไม่ประมาทหรือชะล่าใจ

คือแนวคิดการพัฒนาทีมและการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต คนอย่างคล็อปป์และทีมบริหารลิเวอร์พูลชุดนี้ ผมเชื่อว่าพวกเขามีแผนและหวังดีกับทีมอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าแฟนหงส์แดงจะเชื่อมั่นหรือไม่

แฟนๆส่วนนึงมองว่าลิเวอร์พูลดูนิ่งนอนใจเกินไป จากการที่ไม่มีข่าวจริงจังเรื่องการซื้อขายนักเตะเลย แล้วผลงานบางนัดมันก็ไม่ค่อยดีถึงแม้จะได้แชมป์ไปแล้วแบบแต้มขาดลอย ทิ้งห่างแมนซิตี้ 20 กว่าแต้ม ทิ้งห่างแมนยูคู่อริ 30 กว่าแต้ม

ผมเชื่อว่าทางสโมสรก็มองออกอย่างที่แฟนๆคิด ว่าทีมยังต้องการยกระดับและพัฒนากว่านี้ แต่อยู่ที่ว่าโลกแห่งความจริงมันทำได้มากแค่ไหน

ขณะที่ทีมคู่ปรับอย่างแมนยู เหล่าแฟนๆกำลังคึกคักตื่นเต้นกับผลงานที่ดีขึ้นหลังการมาของ “บรูโน่ แฟร์นันซ์’ จากที่พบเจอทางสื่อโซเชียลต่างๆ ได้เห็นว่าแฟนแมนยูยกย่องกันเป็นเทพระดับสูงเลย

เราเข้าใจความรู้สึกตรงนี้ได้ เพราะลิเวอร์พูลเคยผ่านจุดนี้มาก่อน แฟนหงส์เมื่อ 30 ปี 20 ปีที่แล้ว หรือ 10 ปีที่แล้ว จะมี 2 อาการคือ 1.) รำลึกอดีตที่ยิ่งใหญ่และโหยหาการกลับมา 2.) เวลามีนักเตะดีๆเข้าทีม เราจะเห่อมาก ฝันหวานและฝากความหวังไว้

อย่างเช่นลิเวอร์พูลเคยซื้อนักเตะยอดเยี่ยมยูโร 96 มาก็คือ “แพทริค แบร์เกอร์” มาถึงก็โชว์ฟอร์มหวือหวาตื่นตา ทั้งยิงทั้งจ่ายสุดยอด แต่จนแล้วจนเล่าหลายฤดูกาลผ่านไปก็ไม่ถึงแชมป์ลีกซักที ได้แต่ถ้วยกิ๊กก๊อก

ยุค 2000 เรื่อยมาเราก็มีนักเตะที่ดีกว่านั้นหลายคน มีนักเตะเวิร์ลคลาสเข้าทีมด้วยซ้ำ ทั้งอล็องโซ่, ตอร์เรส, ซัวเรส ฯลฯ เราเห่อมาก อวยกันมากมาย แต่ก็ไปไม่ถึงแชมป์ลีกซักที ได้แต่รำลึกอดีต มีนักเตะดีๆอย่างเจอร์ราร์ด ก็พาทีมไปถึงจุดสูงสุดได้ถ้วยใหญ่ครั้งเดียวคือแชมป์ UCL ปี 2005

ดังนั้นเราเข้าใจเลยว่าแฟนแมนยูฝันหวานกับบรูโน่ แฟร์นันซ์แค่ไหน ตรงนี้ต้องบอกว่าอนาคตไม่มีใครหยั่งรู้และฟันธงได้ แต่ถ้าให้ประเมินผมมองว่ายาก แมนยูยุคต่อไปก็จะกลายเป็นเหมือนลิเวอร์พูลในช่วง 30 ปีที่ผ่านมานี่แหละ คือเก่งนะ จะเป็นทีมที่มีสีสันเลย ก็เหมือนกับลิเวอร์พูลที่ผ่านมา เป็นทีมชั้นยอด มีสีสัน มีแฟนบอลที่ชื่นชอบยกย่อง แต่จะไปถึงแชมป์หรือไม่ นั่นอีกเรื่องนึง

ส่วนสำหรับอนาคตลิเวอร์พูล ผมก็คงมองไม่ต่างกับแฟนๆหลายคน คือสมควรจะโละบางตำแหน่ง และนำเข้าใหม่ที่มันดีขึ้น แล้วก็ดันเด็กปั้นขึ้นมาฝึกงาน นักเตะที่เคยทำผลงานดีๆไว้กับทีม เราขอยกให้เป็นตำนานไป แต่ถึงเวลาที่เขาไปต่อไม่ได้ ก็ควรให้ยุติบทบาท จะเล่นระบบเดิมๆหรือทำแบบเดิมๆมันไม่ได้ละ มันไม่ดีพอจะคว้าความสำเร็จข้างหน้า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ

ไม่มีนักเตะคนไหนเทพโดยไร้ที่ติ แต่เพชรเม็ดงามที่ควรรักษาไว้นานๆอย่าให้ไปไหนคือ -อลิซซง -ฟาน ไดค์ -เทรนท์ อาร์โนลด์ -ฮาวี่ เอลเลียต -เคอร์ติส โจนส์ ทั้ง 5 คนนี้มีอนาคตและคุณสมบัติพอที่จะพาทีมประสบความสำเร็จระดับสูงได้อีกหลายสมัย ส่วนนักเตะอื่นๆทางสโมสรรู้ดีอยู่แล้วว่าสำคัญเหมือนกัน แต่สำหรับผมถือว่า ถ้าสมมุติปล่อยไปแล้วหาของดีมาแทนก็ไม่เสียหายอะไร ยกเว้น 5 คนนี้

[ โดย โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]

เดวิด เบ็คแฮม ตอนอายุ 21 พึ่งยิงฟรีคิกได้ 1 ประตู แต่เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ อายุ 21 ซัดฟรีคิกไปแล้ว 4 ประตู

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

สกายสปอร์ตทุบโต๊ะ ! สยบข่าวลือ กรณีลิเวอร์พูลสนดึงคูลิบาลี่

สื่อกีฬามาตรฐานที่สุดแห่งนึงในอังกฤษ อย่างสกายสปอร์ต (Sky Sports) ได้ออกมาดับเทียนกลบข่าวลือที่ว่าลิเวอร์พูลสนใจดึงคูลิบาลี่

วันที่ 29 มิ.ย. สกายสปอร์ตได้พาดหัวว่า “คาลิดู คูลิบาลี่ : ลิเวอร์พูลไม่สนใจเซ็นกองหลังนาโปลี” โดยในรายงานระบุว่า มีหลายสื่อที่นำเสนอเรื่องดีลนี้ ทั้งที่จริงแล้วลิเวอร์พูลไม่ต้องการซื้อนักเตะรายนี้ แต่หากเดยัน ลอฟเรนย้ายออก ลิเวอร์พูลจะหันไปหาซื้อเซ็นเตอร์รายอื่นมาแทน

ในรายงานของสกายสปอร์ตยังอธิบายอีกว่า “แน่นอนว่าคูลิบาลี่เป็นหนึ่งในนักเตะที่คล็อปต้องการ แต่ต้องเข้าใจว่าลิเวอร์พูลเข้มงวดอย่างมากในนโยบายการซื้อขาย กับนักเตะที่ราคา 60 ล้านปอนด์ขึ้นไป และวัย 29 ปีแบบนี้”

จากข่าวนี้ ดูแล้วน่าตลกมาก เพราะหลายสโมสรก็ออกมาประกาศว่าจบฤดูกาลนี้จะพักแผนการซื้อนักเตะไว้ก่อน โดยเฉพาะลิเวอร์พูลนี่ประกาศชัดเจน แต่ก็ไม่วายมีสื่อจำนวนมากที่ยังชอบขายข่าวพวกนี้ ทั้งที่ลิเวอร์พูลพึ่งยกเลิกการซื้อแวร์เนอร์ไปหมาดๆด้วยเหตุผลทางการเงิน แล้วอยู่ๆก็มาเล่นข่าวจะซื้อตัวนู้นตัวนี้

ส่วนนึงมันเป็นเรื่องที่ว่าตัวสโมสรนาโปลีเองอยากปล่อยคูลีบาลี่ในช่วงที่ต้องการหารายได้แบบนี้ จึงปั้นและกระจายข่าวขึ้นมาเพื่อทำราคาให้นักเตะตัวเอง โดยอ้างชื่อทีมดังๆมาสน ไม่ว่าจะลิเวอร์พูล, แมนซิตี้ ฯลฯ พอสร้างแบรนด์ให้นักเตะตัวเองแล้ว ก็มีการพยามดันราคาให้สูงราวๆ 90 ล้านปอนด์เผื่อต่อ หวังให้ทีมรวยๆมาซื้อ (อย่าง เปแอสเช, มาดริด)

แล้วบรรดาสื่อขาเต้าและสื่อที่ไม่มีมาตรฐานด้านข้อมูลก็ชอบหยิบมาเล่นกัน เช่นอย่าง เลอดิสสปอร์ต (Le10sport) ตอนนี้เรียกว่าขึ้น rank อันดับหนึ่งของโลกก็ว่าได้ในเรื่องการกุข่าวปั้นน้ำเป็นตัวข่าวการซื้อขายมีมาได้เรื่อยๆ เขียนได้ทุกวันเรื่องนักเตะรายนั้นรายนี้ แล้วช่วงหลังก็ชอบที่จะเอาชื่อลิเวอร์พูลเข้าไปใส่

อีกสื่อที่ชอบเล่นข่าวคูลิบาลี่คือ ตุตโต้สปอร์ต (Tutto Sport) ซึ่งเป็นสื่อกระบอกเสียงของทางยูเวนตุส ที่ไม่มีทางรู้วงในของนาโปลีได้เลย แต่การเอาเรื่องนี้มาพูดก็คงเป็นเพียงการขายข่าวเล่นๆ

สื่ออย่าง Goal เจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายบอลยุโรปออนไลน์ นี่ก็ขาประจำที่เป็นจอมสร้างประเด็น สร้างกระแสเรื่อยเปื่อยเพื่อให้ยอดวิวหวือหวาตลอดเวลา โดยช่วงไม่มีบอลเตะนี่ก็หลายเรื่อง และชอบหยิบข่าวนู้นนี้มาลงโดยไม่คัดกรอง

คือความจริงในโลกนี้อะไรๆก็เกิดขึ้นได้ เมสซี่จะย้ายมาลิเวอร์พูล หรือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ย้ายมาคุมทีมชาติไทย มันก็เกิดขึ้นได้ แต่ประเด็นคือถามว่ามันมีการติดต่อแล้วหรือยัง ? มีการสนใจหรือทาบทามแล้วหรือไม่ ? คำตอบคือยังไม่มี

นี่ก็เหมือนกัน ถามว่ามีโอกาสที่เอ็มบัปเป้ หรือคูลิบาลี่จะย้ายมาลิเวอร์พูลหรือไม่ ? มันคือมีโอกาส ความเป็นไปได้จะกี่เปอร์เซ็นต์ก็แล้วแต่ ต่อให้แค่ 5% มันก็ยังถือว่ามีโอกาส แต่ประเด็นคือ ตอนนี้สโมสรได้ติดต่อแล้วหรือยัง ? คล็อปป์ต้องการซื้ออยู่ในแผนหรือไม่ ? คำตอบคือ “ไม่”

จากตรงนี้เราจะเห็นได้ว่า การขายข่าวมันทำได้หลายแบบ จะเล่นข่าวปลอมก็ได้ หรือจะเล่นข่าวจริงก็ขายได้ ไม่ใช่ว่าอยากได้เรตติ้งสูงต้องเล่นของปลอมอย่างเดียว มันอยู่ที่ความนิยมของแต่ละสื่อว่าจะเลือกจุดยืนแบบไหน

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

บาเยิร์นฉลองแชมป์สมัยที่ 30 / บรรยากาศการเชียร์บอลในยุคใหม่

◾บรรยากาศการชมฟุตบอลในยุคใหม่
◾และการฉลองแชมป์

รัฐบาลของประเทศลีกใหญ่ในยุโรปงดให้คนดูเข้าสนาม จนกว่าจะมีวัคซีนโควิด-19 ออกมา ซึ่งก็คาดว่าค่ำสั่งนี้น่าจะลากยาวไปจนถึงปีหน้า อาจจะครึ่งฤดูกาลหรือจบฤดูกาล

มันอาจจะเป็นปัญหาสำหรับสโมสรฟุตบอลในเรื่องขาดรายได้จากตั๋ว แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับการชมฟุตบอล เพราะแฟนบอลทั่วโลกต่างก็ดูบอลกันทางหน้าจอเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งแล้วสมัยนี้เราดูบอลกันผ่านอินเตอร์เน็ตมากกว่าดาวเทียมเสียอีก

เราได้เห็นบรรยากาศการเชียร์แบบใหม่คือ การเชียร์อยู่บ้านผ่านแอป Zoom ผู้ชมทางบ้านก็จะได้เห็นคนที่ดูผ่านแอป รวมทั้งนักเตะก็จะได้เห็นคนดูจากหน้าจอ ว่ามีคนคอยลุ้นคอยเฮอยู่

บาเยิร์น มิวนิค ที่ได้แชมป์บุนเดสลีกา 2019/20 ด้วยการเล่นจบฤดูกาล เป็นทีมแรกของ 4 ลีกใหญ่ที่นำชูถ้วยฉลองแชมป์ลีกสมัยที่ 30 ของตัวเอง และเราก็ได้เห็นบรรยากาศนักเตะบาเยิร์นร่วมร้องเพลงฉลองกันในห้องอย่างดื่มด่ำ โดยผ่านสื่อโซเชียล

ส่วนลิเวอร์พูลก็ได้แชมป์ลีกสมัยที่ 19 อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อย ซึ่งเราก็ได้เห็นการฉลองของนักเตะผ่านทางโซเชียล รวมทั้งสโมสรและแฟนๆก็ต่างโพสต์ฉลองดีใจกัน แต่ก็มีแฟนบอลในเมืองจำนวนมากยังไม่ชินและเก็บอาการไม่อยู่ แหกกฎพากันออกมาฉลองตามท้องถนนจนวุ่นวาย จนทางสโมสรต้องประกาศขอความร่วมมือให้ฉลองที่บ้าน

ส่วนลาลีกาของสเปนยังลุ้นกันไม่จบ ว่าบาร์เซโลน่าจะไล่ทันเรอัล มาดริดจ่าฝูงหรือไม่ ซึ่งเป็นสองทีมที่มีคนติดตามมากที่สุดทั่วโลก โดยเฉพาะแฟนบอลในถิ่นลาตินอเมริกา

ยุคต่อไปจะเป็นยุคที่แฟนบอลมีส่วนร่วมในการเชียร์ผ่านสื่อโซเชียลมากขึ้น ไม่ใช่แค่การพิมพ์ด่ากันไปกันมาเวลาถ่ายทอดสดจนไม่ได้ดูบอล

ไม่ว่าโลกนี้จะมีอุปสรรคมีปัญหาวุ่นวายอะไรเกิดขึ้น มันก็จะหยุดกีฬาฟุตบอลไม่ได้ และทุกอย่างย่อมมีทางออกของมันเสมอ

C. fanpage : โลกฟุตบอล

แฟนหงส์แดงรุ่นเดอะ “ซิโก้ เกียรติศักดิ์” – “ปุ๊ อัญชลี” เฮแชมป์สมัยที่ 19

หลังจากที่ห่างหายแชมป์ลีกอังกฤษมานาน รอคอยมาถึง 30 ปี แฟนลิเวอร์พูลที่เชียร์มาตั้งแต่สมัยรุ่งเรืองก็ต้องแสดงความดีใจกันที่ทีมสามารถกลับมาผงาดในอังกฤษได้อีกครั้ง

ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักเตะทีมชาติไทย
เดอะค็อปรุ่นเดอะรวมตัวจัดกิจกรรมฉลองแชมป์
ปุ๊ อัญชลี ศิลปินนักร้องยุค 80
พี่ปุ๊ ร้องเพลง “You’ll never walk alone”

แฟนแมนยูเมื่อก่อนนับตัวเองว่าได้แชมป์ 20 สมัย / สโมสรแมนยูเองก็นับแชมป์ตัวเอง 20

ว่ากันต่อด้วยเรื่อง “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน”

จากโพสต์ที่ผ่านมาได้นำเสนอไปว่า สาวกแมนยูบางส่วน (ไม่ใช่ทั้งหมด) ไร้สปิริตและชอบใช้กลโกง ในการบลัฟคู่อริ อย่างกรณีของการลดแชมป์ตัวเองจาก 20 เหลือ 13 สมัย โยนทิ้งของเก่า พูดถึงแต่ชื่อพรีเมียร์เพื่อด้อยค่าลิเวอร์พูลว่าได้แค่ 1

จริงๆแล้วถ้านับถ้วยลีกสูงสุด ลิเวอร์พูลก็ยังไม่แซงแมนยูนะ แมนยู 20 แต่ลิเวอร์พูล 19 ยังตามไม่ทัน แต่ในใจแสดงว่าแฟนแมนยูก็อ่านออกว่ามีแววจะถูกแซงหรือมันดูใกล้เกินไป เลยทำเป็นไม่พูดถึง ใช้นาม "พรีเมียร์" มาเล่นดีกว่า มันสร้างภาพลวงๆหลอกเด็กได้ด้วย เหมือนที่เห็นในโลกโซเชียลโดนหลอกกันพรึ่บ แฟนลิเวอร์พูลก็โดนหลอกไปด้วย เพราะไม่ยอมศึกษาประวัติฟุตบอล หรือแฟนบอลจำนวนมากก็เล่นแต่โซเชียล ไม่ค่อยชอบติดตามข่าวสารหรือนักบรรยายกีฬาจากสื่อที่มีชื่อเสียง

แต่อย่างที่เคยบอกไว้ ว่าตัวสโมสรแมนยูไม่เคยใช้เล่ห์ หรือออกมาแสดงความไร้สปิริต ต่างกับแฟนๆบางส่วนบางประเภท ซึ่งจะทวนให้ดูดังนี้

•> สโมสรแมนยู นับตัวเองว่าได้แชมป์ลีก 20 สมัย ซึ่งนี่คือสถิติทางการของฟุตบอลอังกฤษ โดยเขาจะแบ่งเป็นยุค คือยุคดิวิชั่น1 แชมป์ 7 สมัย ยุคพรีเมียร์ลีก 13 สมัย แต่สำหรับแฟนแมนยูประเภทนึงไปหมกเม็ด โดยนับแค่ 13 เพื่อจะสร้างภาพแล้วให้แฟนบอลรุ่นหลังเข้าใจผิดว่าลิเวอร์พูลไม่เคยได้แชมป์ ซึ่งมันได้ผลจริง

•> ในสมัยที่อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้แชมป์ครั้งสุดท้าย 2012/13 แฟนแมนยูทุกคน ทุกหน้าทุกหมู่เหล่า พร้อมเพรียงกันคุยโวประกาศศักดิ์ดาว่าได้แชมป์ 20 สมัย เรื่องนี้ปฏิเสธไม่ได้ นี่พึ่งผ่านมาไม่นานอย่าพึ่งทำเป็นลืม คือเอาให้มันดูเยอะเข้าไว้ แต่พอมาช่วงหลังที่ลิเวอร์พูลขึ้นมาลุ้นแชมป์ จาก 20 เลยยอมเหลือ 13 พอ

•> ในนัดแมนยูเจอแมนซิตี้ 2018/19 แมนยูไม่เคยยอมแพ้หรืออ่อนข้อให้เพราะกลัวลิเวอร์พูลเป็นแชมป์ ที่แพ้ 0-2 นั้นแมนยูแพ้เองจริงๆ แต่แฟนแมนยูบางส่วนออกมาเชียร์ให้ทีมตัวเองแพ้ (อีกทั้งแฟนแมนยูพันธุ์แท้เขาเกลียดแมนซิตี้ยิ่งกว่าขี้ ต่างกับพวกพันธุ์ทาง) เป็นเรื่องน่าอับอายของวงการฟุตบอลที่จะมีแฟนบอลเชียร์ให้ทีมตัวเองแพ้

•> ตอนสถานการณ์โควิด ฟุตบอลหยุดพักแข่ง สโมสรแมนยูไม่เคยเสนอให้ฟุตบอลโมฆะ อีกทั้งยังโหวตให้แข่งต่อด้วย เพราะฟุตบอลต้องมีรายได้และแมนยูยังต้องลุ้นพื้นที่ไปเล่นยุโรป แต่ขณะที่มีแฟนแมนยูบางประเภทออกมาเรียกร้องว่าต้องการให้พรีเมียร์โมฆะ เพราะกลัวลิเวอร์พูลจะได้แชมป์ (แต่ไม่เห็นพูดถึงเอฟเอคัพ กับถ้วยยุโรปเลยว่าต้องโมฆะ)

ทีนี้ในประเด็นของการสร้างภาพเรื่อง 13 แชมป์เนี่ย พอมีการบิดเบือนมันก็ย่อมมีคนออกมาโต้มาเถียงกันในโซเชียล ใครมาอ่านมันก็ต้องได้รู้ความจริงเข้าน่ะแหละ สุดท้ายใครไม่ยอมรับมันก็ได้แต่หลอกตัวเอง แล้วก็ดันทุรังหลอกคนไม่รู้ต่อไป แล้วบางคนมีการบอกว่า "ไอ้ที่เกิดไม่ทัน ไม่นับ" หรือ "เก่าไปไม่นับ"

มาตรรกะแบบนี้นี่ตกม้าตายเลย ก็คนอายุมากกว่า 30 ขึ้นไปเขาเกิดทันไง โลกนี้มีแต่ประชากรอายุ 10 - 20 ขวบเหรอ ? เปล่าเลย แฟนบอลส่วนมากทั่วโลกเขาก็อายุ 40, 50 ไปถึง 70 ฉะนั้นบอกว่า "เกิดไม่ทัน ไม่นับ" ถ้ายึดแบบนี้ก็เชิญเอาไว้หลอกเด็กวัยพึ่งฝันเปียก

นี่แหละครับ นอกจากบรรยากาศการเฉลิมฉลองแสดงความดีใจของเหล่าสาวกลิเวอร์พูล ที่ต้องอดทนตรากตรำมานาน มันก็มีบรรยากาศของการไฟท์กัน นี่คือความดุเดือดของกีฬาฟุตบอล

ชีวิตมันก็เหมือนละคร จะให้โลกสวยงามไปหมดเป็นไปไม่ได้ มีพระเอกก็ต้องมีตัวอิจฉา มีนางเอกก็ต้องมีตัวร้าย ซึ่งละครยุคใหม่จะให้พระเอกนางเอกมาโง่หงอ ถูกรังแกฝ่ายเดียวไม่ตอบโต้มันก็คงไม่สนุก ไม่ใช่ยุคดาวพระศุกร์แล้ว มันต้องมีการไฟท์กันไปกันมา

การได้แชมป์ แทนที่จะมีแต่มุมที่น่ายินดี แต่กลายเป็นว่าได้แชมป์ก็กลับถูกล้อ เอามาถากถางกันได้ แล้วไม่ใช่เรื่องจริงด้วย ตัวอิจฉาหรือนางร้ายเขาก็ต้องใช้ลูกไม้เล่ห์เหลี่ยมบิดเบือนเพื่อจะยกตนข่มท่าน แต่สุดท้ายแล้วทีมใดประสบความสำเร็จมากที่สุด เรื่องนี้ก็ไปดูถ้วยสโมสรกันเอาเอง และยังไม่จบด้วย คอยติดตามกันยาวๆ

[ โดย. โค้ยจั๋ย ศิลปกรรม ]

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

เมื่อสาวกแมนยูบอกว่าเขาได้แชมป์ 13 สมัย ลิเวอร์พูลได้ 1

ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน

— ผมเชื่อในคตินี้นะ ว่าคนที่นิสัยบิดเบี้ยวคดโกง เขาจะเจอกรรมของเขาเอง ไม่มีทางเจริญ แล้วอะไรที่เป็นของปลอมมันลวงคนได้แป๊บๆ มันหากินได้แค่พักเดียว

เดี๋ยวเรื่องสถิติต่างๆของแชมป์ฤดูกาลนี้ผมเอาไว้สรุปช่วงจบฤดูกาล ซึ่งจะมีมากกว่า 10 สถิติที่ถูกทำลาย แต่โพสต์นี้ขอแวะมาเรื่องประเด็นที่สื่อต่างๆของสายสาวกแมนยูพากันใช้มุก "แชมป์พรีเมียร์ 13 สมัย" เพื่อมาเกทับ สร้างความขุ่นมัวขัดหูขัดใจแฟนบอลทีมอริที่กำลังอยู่ในบรรยากาศฉลองแชมป์

ที่จริงไม่อยากจะอธิบายเรื่องนี้บ่อย เพราะแฟนๆหงส์แดงก็ชี้แจงกันไปเยอะแล้ว แต่พอดีเห็นช่วงนี้มีมากันเยอะ กระทั่งกล้าเอาลงเพจ Goal (อันนี้ไม่ได้หมายถึงของไทยนะ คนไทยแค่แปลมา ผมหมายถึง Goal ของต่างประเทศ ทราบมาว่าแอดมินเขาสาวกแมนยูรุ่นใหม่)

"แชมป์พรีเมียร์" มันคือวาทกรรมหลอกเด็ก หมกเม็ดประวัติศาสตร์สร้างภาพลวงคนรุ่นหลัง ส่วนทางแฟนๆลิเวอร์พูลรุ่นใหม่เองจำนวนมากก็โดนสับขาหลอกหลงไปด้วย แถมชอบไปต่อว่ากลับว่าอย่าขุดอดีต ? ทำไมจะขุดไม่ได้ล่ะครับ สีสันฟุตบอลอย่างนึงมันคือการรำลึกอดีต การคุยเรื่องความสำเร็จเก่าๆ วันเก่าๆ หรือนักเตะเก่าๆ

แต่การขุดมันมีแบบ -ขุดลึก ให้เกิดคุณค่าคือขุดหาสมบัติ หรือขุดบ่อน้ำ ขุดบ่อน้ำมัน กับแบบ -ขุดตื้นๆ คือ "ขุดแบบสุนัข" ขุดไว้เอานอนเย็นๆสบายตัว ปลอบใจตัวเอง ฉะนั้นอดีตขุดแล้วดีครับแต่ต้องขุดให้จริง (การบิดเบือนเพื่อหลอกตัวเองปลอบใจตัวเองมันไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นการบิดเบือนไปลวงโลกหรือก่อกวน อันนี้ต้องปราม)

ผมจะลองยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นชัดๆว่าทำไมมุก "พรีเมียร์ 13 สมัย" มันเป็นความไร้สปิริต เป็นนิสัยคดโกงและไม่แฟร์

👉 ถ้าหากต่อไปอีก 3 ปีข้างหน้า ลีกอังกฤษยุบพรีเมียร์ไป แล้วเปลี่ยนเป็นชื่ออื่น เช่น “ซุปเปอร์ลีก” (สมมุติ) ทีมอื่นก็ได้แชมป์กันไปนับถ้วยกันไปหลายสมัย แต่แมนยูไม่ได้เลย คำถามที่สาวกแมนยูต้องมีคำตอบคือ คุณจะนับแชมป์ 13 สมัยหรือ 20 สมัยของตัวเองหรือไม่ ? หรือจะลบทิ้งไปเลยไม่พูดถึง แล้วเริ่มนับเป็น 0 สมัยเท่านั้นพอ ?

ซึ่งนั่นก็คือว่า นามพรีเมียร์ลีก (ที่พึ่งใช้มา 28 ปีนี้) จะหายเกลี้ยงไปจากหน้าสื่อเลย ซึ่งก็เหมือนกับกับลีกสูงสุดที่ผ่านมา 100 กว่าปี ที่ถูกสาวกแมนยูบางส่วนทำเมินลบทิ้ง

👉 ถ้าหากต่อไปอีก 3 ปีข้างหน้า “เอฟเอคัพ” ถ้วยเก่าแก่ของอังกฤษเกิดเลิกรายการเปลี่ยนชื่อไป เป็น “อีเอคัพ” (สมมุติ) ทีมอื่นก็ได้แชมป์กันไปหลายสมัย แต่แมนยูไม่ได้เลย คำถามคือสาวกแมนยูจะยอมลบทิ้งไม่เอาของชื่อเก่ามานับหรือไม่ ? ประหนึ่งเป็นโมฆะเลือนหายไปเลยแล้วเริ่มนับชื่อใหม่เป็น 0 สมัย

แล้วนั่นก็คือไม่ว่าจะกรณี โมฆะลบทิ้งพรีเมียร์ไป หรือลบทิ้งเอฟเอคัพไป นั่นหมายความว่า “ทริปเปิ้ลแชมป์” ของแมนยูก็หายไปด้วยนะ เพราะพรีเมียร์กับเอฟเอไม่ต้องเอามานับไง

👉 นั่นล่ะครับ ที่ยกตัวอย่างตรงนี้คือ ทีมอื่นเขาประสบความสำเร็จได้แชมป์ลีกกันมามากมาย อาร์เซนอล 13 สมัย, เอฟเวอร์ตัน 9 สมัย, แอสตัน วิลล่า 7 สมัย, ซันเดอร์แลนด์ 6 สมัย ฯลฯ แต่ถูกลบหมดเลย เพราะประโยชน์ของสาวกบางทีม

👉 วาทกรรม “พรีเมียร์ลีก” มันสับขาหลอกทำให้แฟนบอลรุ่นหลัง ทั้งแฟนแมนยู, ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล, เชลซี, แมนซิตี้ ไม่รับรู้สนใจว่า ทีมตัวเองได้แชมป์ลีกมาแล้วกี่สมัย แล้วก็รับรู้แค่ตามป้ายภาพลวงโลกที่แชร์กันมา อะไรจะตกต่ำได้ขนาดนี้ อะไรจะยอมไร้ศักดิ์ศรีได้ขนาดนี้

ผมไม่ได้เหมารวมถึงแฟนแมนยูทั้งหมดนะ เพราะครึ่งนึงเท่าที่พบคือแฟนแมนยูมีศักดิ์ศรี มีสปิริต มีความแฟร์ แต่อีกราวครึ่งนึงคือประเภทยอมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่างเพียงเพื่อได้แช่งได้ข่มทีมอริ ถ้าผมเป็นแฟนแมนยู ผมคงจะเอือมและอับอายกับแฟนๆประเภทนั้นน่าดู

•> ตั้งแต่ฤดูกาล 2018/19 ก็ยอมเชียร์ให้ทีมตัวเองแพ้แมนซิตี้ เพราะไม่อยากให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์ ซึ่งลักษณะนี้ไม่เคยเกิดกับสาวกลิเวอร์พูลเลยถึงจะอยู่ในยุคตกต่ำที่ผ่านมา

•> จากแชมป์ลีก 20 สมัยของตัวเอง ยอมลดทิ้งเหลือแค่ 13 สมัย เททิ้งอดีต หมกเม็ดไม่ยอมขุด แล้วต้องเมินประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ยุค 60 ของตัวเอง เพียงเพื่อจะอาศัยวาทกรรม “พรีเมียร์ลีก” มาข่มลิเวอร์พูล

วาทกรรมหลอกเด็ก "แชมป์พรีเมียร์ลีก" สามารถหลอกคนรุ่นหลังทั้งแฟนตัวเองและแฟนลิเวอร์พูลด้วย เพราะมีคนที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงนี้ เลยเข้าใจว่าเขาพูดถูกแล้วที่ว่า “ลิเวอร์พูลไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ .. แต่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ลีกสูงสุดมา 18 สมัย” ??

ตรงนี้คือโดนสับหลอก เพราะเป้าหมายที่เขาใช้วาทกรรมว่า "ลิเวอร์พูลไม่เคยได้แชมป์พรีเมียร์" มันเป็นการเล่นลิ้น คือเขากำลังจะลวงคนรุ่นหลังว่า "ลิเวอร์พูลไม่เคยได้แชมป์ลีก" ซึ่งมันได้ผลจริงๆ จากที่ผมได้สัมผัสพบเจอมาเอง ปรากฏว่าแฟนบอลจำนวนมากไม่รู้มาก่อนว่าลิเวอร์พูลเคยได้แชมป์ลีก

• แฟนบอลเด็ก 10 ขวบ ส่วนมากไม่รู้ว่าลิเวอร์พูลเคยได้แชมป์ลีกมาก่อน

• แฟนบอลเด็ก 20 ขวบ ส่วนมากไม่รู้ว่าลิเวอร์พูลเคยได้แชมป์ลีกมาก่อน

• กระทั่งแฟนบอลหลายคน อายุ 30 กว่าขวบแล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าลิเวอร์พูลเคยได้แชมป์ลีก ไม่รู้ประวัติพื้นฐานของฟุตบอลเลย

พออธิบายข้อมูลไปเรื่องลีกสูงสุด ถึงกับอึ้ง ไม่เคยรู้มาก่อน บางคนพอรู้แล้วก็ยอมรับ และสำหรับบางคนที่ไม่ยอมรับความจริง ทางออกที่ง่ายคือ แถ เถียง ด่า และหลอกตัวเองต่อไป

คือคนเราที่ชอบฟุตบอล ชอบดูบอลชอบเตะบอล แต่ไม่ศึกษาข้อมูล ลักษณะนี้มันก็ไม่ได้ผิดอะไร เพียงแต่ในเมื่อคุณไม่รู้คุณไม่ศึกษา คุณก็อย่าไปโพสต์สิ อย่าไปพูดอย่าไปเถียงกับใคร อย่าไปกระจายข้อมูลผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นแฟนทีมไหนก็ตาม คุณไม่ต้องถึงขั้นไปท่องจำสถิติยิบย่อย แต่เรื่องสำคัญๆอย่าง -ชื่อถ้วยรายการต่างๆ -รายการไหนใหญ่เล็ก -แต่ละรายการเปลี่ยนแปลงมาแต่ละยุคอย่างไร -ทีมตนได้แชมป์รายการไหนบ้าง -ทีมอื่นได้แชมป์รายการไหนบ้าง หลายคนยังไม่รู้เลยว่า "ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก" ชื่อเดิมคือ "ยูโรเปี้ยนคัพ" , "ยูโรป้าลีก" ชื่อเดิมคือ "ยูฟ่าคัพ" บางทีถ้าเรื่องแบบนี้ยังไม่รู้ ผมก็งงว่าเวลาฟังนักบรรยายพากย์นี่จะเข้าใจรึเปล่าเวลาเขาอธิบายสถิติและทวนประวัติต่างๆ อรรถรสมันขาดหายไปนะ

( แต่ก็นั่นแหละ แฟนบอลยุคใหม่เวลามีบอลแข่งปกติก็ไม่ดูไม่ฟัง เอาแต่นั่งพิมพ์ด่ากันไปกันมา )

สมาคมพรีเมียร์นี่ก็ก่อตั้งมา 28 ปี ขณะที่ฟุตบอลลีกอังกฤษแข่งมา 131 ปี มีทีมประสบความสำเร็จก่อนหน้าลิเวอร์พูลเยอะแยะมากมาย ลิเวอร์พูลนี่ถือว่าพีคในยุคหลังแล้วครับ คือช่วงยุคคลาสสิคที่กำลังจะเข้าสู่สมัยใหม่

การที่ผมมาชี้แจงข้อมูลตามจริงตรงนี้ไม่ใช่มีผลแค่กู้ศักดิ์ศรีให้ลิเวอร์พูล แต่เป็นการกู้ศักดิ์ศรีทีมอื่นไปในตัว รวมที่ไม่ได้กล่าวถึงไปอย่าง นิวคาสเซิล, ลีดส์ ฯลฯ

ผมเคยผ่านยุคที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ 18 สมัย แล้วแมนยูได้ 7 สมัย ซึ่งคิดว่าแมนยูไม่มีทางไล่ทันแน่ แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แมนยูเดินหน้าคว้าอีก 13 สมัยแซงหน้าลิเวอร์พูล โดยที่สาวกลิเวอร์พูลไม่ได้ไปบิดเบี้ยวคดโกงใช้เล่ห์อะไรเลย สมัยก่อนไม่มีเกรียนโซเชียล เรายอมรับตามความเป็นจริง แต่มีแค่การเย้ยอวดในความยิ่งใหญ่และชะล่าใจ ผลที่ได้รับคือกลายมาเป็นลูกไล่ แล้วนับประสาอะไรกับแค่ 13 ต่อ 1 สมัย ? คิดว่ามันนานเหรอ ? (กะว่า 20 ต่อ 19 มันง่าย เลยเอา 13 ต่อ 1 ดีกว่า เพราะมันห่าง)

อุตส่าห์ลงทุนใช้กลโกงโดยลบเลือนประวัติศาสตร์ของตัวเองทิ้ง คนเหล่านี้คอยดูนะครับ เมื่อคุณทิ้งของคุณเอง คุณจะไม่สามารถขุดมันมาใช้ได้อีก ส่วนเรื่องของอนาคตจะเป็นยังไง ผมไม่ขอกล่าวถึง แต่ที่แน่ๆคือเวลามันผ่านไปไวเหมือนโกหก ก็ขอให้นักเตะลิเวอร์พูลเล่นประหนึ่งว่าตามหลัง 13 ต่อ 1 จริงๆ เท่านั้นเป็นพอ

[ โดย. โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

รวมถ้วยรายการหลัก ลิเวอร์พูลทำได้มากที่สุดในบรรดาสโมสรอังกฤษ มาถึงฤดูกาลล่าสุด 2019/20

แชมป์สมัยที่ 19 ของลิเวอร์พูล 30 ปีสุดแสนดราม่า

จากที่พบตามโซเชียลทั้งในไทยและต่างประเทศ แฟนลิเวอร์พูลส่วนมากอายุก็จะอยู่ราวๆ 40 ปีขึ้นไปถึง 60-70 แล้วก็จะเริ่มมีเยาว์วัย 30 กว่าลงมาถึง 20 ส่วนเด็กๆและวัยรุ่นก็จะมีไม่เยอะเท่า แต่ก็มีเพิ่มเรื่อยๆ

นั่นก็ด้วยกับยุคสมัยที่ลิเวอร์พูลเว้นจากความยิ่งใหญ่มานาน จนแฟนบอลรุ่นใหม่ๆนี่ไม่ค่อยรับรู้เรื่องราวของลิเวอร์พูล ก็จะเห็นแต่ความสำเร็จของทีมคู่อริอย่างแมนยูมากกว่าในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ก็ต้องขอชื่นชมในสปิริตการเชียร์และการรอคอยของแฟนบอลรุ่นเก่าตั้งแต่ช่วง 1970-1990 แล้วก็ต้องยิ่งชื่นชมมากกว่ากับแฟนบอลรุ่นหลังที่มาเชียร์ในยุคที่ทีมตกต่ำช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ก่อนจะถึงยุคของเจอร์เก้น คล็อปป์นี่ เพราะต้องอดทนรอคอยกันท่ามกลางความผิดหวังและการเยาะเย้ยถากถางจากคู่อริ มีเพียงถ้วยใหญ่คือ แชมเปี้ยนส์ลีก 2005 เท่านั้นที่มาเยียวยาให้ชื่นมื่น นอกนั้นก็มีแต่ถ้วยเล็กๆ

ที่ผ่านมาในช่วง 30 ปี ถึงจะไปไม่ถึงแชมป์ลีก แต่ลิเวอร์พูลมีแฟนบอลเพิ่มขึ้นมาตลอด นั่นเพราะว่าทีมก็มีดีอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ดีไม่สุด มีนักเตะดีๆที่ดึงดูดแฟนๆอย่าง แม็คมานามาน, ฟาวเลอร์, เจอร์ราร์ด, ฮูเปีย, อลอนโซ่, ตอร์เรส ฯลฯ บวกกับการเล่นที่เป็นเอกลักษณ์มาตั้งแต่ยุค 80 แต่มันไปไม่สุด เพราะสภาพทีมมันไม่สมบูรณ์ เกมรับไม่ดี ผู้รักษาประตูก็ไม่ใช่ระดับชั้นนำ ภายใต้ผู้บริหารงี่เง่าที่ไม่มีเป้าหมายสร้างความสำเร็จ

มันเลยมีดราม่าตลอด พอปีไหนเฉียดๆจะได้แชมป์ก็มาวืดเอาตอนท้าย ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาล 2008/09, 2013/14 หรือล่าสุด 2018/19 นี่ก็คือทีมชุดปัจจุบัน ทีมที่ดีที่สุดในรอบ 30 ปี แต่ดันมาอยู่ในยุคทองของแมนซิตี้อีก นี่ถ้าเอาชุดนี้ไปอยู่ในยุค 10-20 ปีที่แล้ว ได้ล่าแย่งแชมป์กับทีมอื่นสนุกแน่นอน แต่ฟุตบอลยุคแมนซิตี้นี่มันโหดจริงๆ

ฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลยังเซ็ตระบบไม่ลงตัว ไม่มีแท็คติกที่หลากหลายพอจะโค่นแมนซิตี้ได้ ถึงแม้ทำคะแนนได้สูงกว่าบรรดาแชมป์ทุกทีมที่ผ่านมา (ยกเว้นแมนซิตี้) คือ 97 คะแนน แต่ดันได้แค่รองแชมป์ ทีมอื่นๆนั้นเขาแพ้กันถล่มทลาย ทำแต้มได้แค่ 80 กว่าๆก็ได้แชมป์กันแล้ว

ที่ผ่านมาในชีวิตไม่เคยคิดว่าตัวเราเป็นพระเอก หรือทีมเราเป็นพระเอก ก็คิดว่าทุกๆทีมมันสตอรี่ของตัวเองหมด จะทีมใหญ่ทีมเล็กก็เป็นพระเอกได้ หรืออย่างคู่อริอย่างแมนยู มองมุมกลับเขาก็ยิ่งใหญ่มีเรื่องราวสตอรี่ในแบบของเขา

แต่สารภาพว่าพอมาฤดูกาล 2019/20 นี้ เริ่มมีความคิดว่า เรานี่คือพระเอก แต่ไม่ถึงขั้นเป็นพระเอกของโลก เพราะลีกอื่นเขาก็มีบาร์เซโลน่า, มาดริด, ยูเวนตุส, มิลาน, บาเยิร์น ที่เขามีสตอรี่ยิ่งใหญ่มามากมาย เอาแค่ว่ารู้สึกเป็นพระเอกในอังกฤษพอ เพราะการจะได้แชมป์ลีกทั้งทีมันมีดราม่าเหลือเกิน

ลิเวอร์พูลเดินหน้ามาถึงนัดที่ 29 ทิ้งห่างแมนซิตี้ถึง 25 แต้ม ไม่เคยมีจ่าฝูงหน้าไหนทำได้มาก่อน เหลืออีกแค่ 6 แต้มจะได้แชมป์ ก็ดันมาเจอโคโรน่าถล่มซะ จนเกือบจะยกเลิกแข่งกันแล้ว แถมก่อนหน้านั้นก็เกือบจะมีสงครามโลกระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โลกวุ่นวายไปหมด

ดีว่าทางยูฟ่ายังมีสติดีอยู่ โดยให้ลีกในยุโรปมีการเลื่อนแข่งออกไป แล้วก็กำหนดยืดเวลาปิดฤดูกาลออกมา นับว่ายูฟ่าก็ประเมินสถานการณ์ได้แม่นยำว่าช่วงนี้เชื้อไวรัสจะเริ่มซาลงและกลับมาแข่งกีฬาได้ (ทีแรกก็ตำหนิยูฟ่าเหมือนกันว่าจะรีบบีบให้กลับมาแข่งทำไม) สุดท้ายลิเวอร์พูลก็มาได้แชมป์ในปีที่แฟนบอลต้องจดจำ แชมป์ในยุคที่เกือบจะมีสงคราม แชมป์สมัยที่ 19 ในยุคโควิด-19 พอดี

[ โดย. โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม สาวกหงส์แดง 80 ]

C. fanpage : ตำนานบอล

ถ้วยรายการหลักที่สโมสรลิเวอร์พูลทำได้ ตั้งแต่อดีตมาถึงฤดูกาลล่าสุด 2019/20

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น