เรื่องงานประพันธ์ “สามก๊ก” ทั้งหมด ฉบับวรรณกรรม เป็นเวอร์ชั่นที่นำเสนอได้ตรงที่สุด ในเรื่องของวัฒนธรรม จารีต วิถีชีวิต เพราะเขียนขึ้นโดยคนยุคโบราณ ฉะนั้นถ้าจะเกิดมโนภาพที่ถูก ก็ต้องมาจากการอ่านวรรณกรรมไม่ใช่จากการแสดงทางทีวี
แต่ตรงนี้ผมจะมาแจงความแตกต่างในแต่ละเวอร์ชั่นของสามก๊กหน้าจอทีวีว่า มันมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และวัฒนธรรม ค่านิยมแนวคิดอะไรต่างๆที่ถูกใส่ลงไป แล้วก็ในด้านเนื้อหานั้นอันไหนผ่าน ? อันไหนไม่ใช่สามก๊ก ?
ซีรีส์สามก๊ก เวอร์ชั่น 1994
การแต่งกายและวัฒนธรรมต่างๆ ค่อนข้างตรงตามประวัติศาสตร์ ผู้ชายไว้เครายาว ยิ่งเครายาวยิ่งสง่ายิ่งแมน แต่เรื่องลีลาการแสดงอาจแอคติ้งสีหน้ามากไปหน่อย คือหนังจีนรุ่นเก่าจะได้รับอิทธิพลจากอินเดียสูง
เรื่องการเลือกตัวละครมันก็มีข้อจำกัดในสมัยนั้น นักแสดงก็ไม่มีให้เลือกมากนัก บางทีก็เปลี่ยนตัวนักแสดงแบบไม่ค่อยแทนกันได้ หรือเลือกไม่เหมาะกับบุคลิกตามในหนังสือ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดอ่อนของเวอร์ชั่นแรกนี้
โจโฉนี่บางครั้งกลายเป็นตัวตลกดูโง่ไปเลยโดยเฉพาะตอนพ่ายแพ้จากศึกผาแดง
เล่าปี่ก็มาดไม่นิ่งต่างจากในหนังสือ ดูดร็อปลงไป ดูทึ่มๆกลายเป็นลิเกเจ้าน้ำตาไปเลย ส่วนซุนกวนก็หน้าแก่เหลือเกิน ดูเป็นรุ่นพ่อโจโฉกับเล่าปี่ ทั้งที่วัยแค่รุ่นลูก
แต่ผมถือว่า 1994 เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ถึงจะออกงิ้วและออกหนังอินเดียมากไปหน่อย แต่มันยังมีแนวคิดของคนโบราณอยู่จริงๆ เนื้อหาก็หยิบจากวรรณกรรมมาเยอะสุด ปรับแต่งเนื้อหาใหม่ส่วนนึงไม่เยอะมาก
โดยสรุปถือว่า : ผ่าน
ซีรีส์สามก๊ก เวอร์ชั่น 2010
เวอร์ชั่นนี้เครื่องแต่งกายเริ่มค่อนข้างจะไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ ขุนนางบางคนปล่อยผมยาว ซึ่งคนสมัยก่อนคนมีตระกูล คนมีการศึกษาและพวกขุนนาง เขาจะเกล้าผมเรียบร้อย ส่วนปล่อยผมยาวคือพวกที่เกเรๆหน่อย พวกขี้เมาหรือไม่มีการศึกษา
คือหนังจีนจะนิยมให้ผู้ชายปล่อยผมยาวกัน ซึ่งมันอาจจะเป็นอิทธิพลของยุคร็อคเกอร์ผมยาว เอามาใส่ในหนังกำลังภายในให้มันดูเท่ แล้วหนังจีนแนวย้อนยุคก็ทำตามๆกันทุกเรื่อง แต่ที่จริงแล้วการปล่อยผมสมัยก่อนถือว่าไม่สุภาพ
เวอร์ชั่นนี้ให้อองลองมาปล่อยผมยาวน่าเกลียดมาก นี่ถ้าตามมาตรฐานของจีนโบราณถือว่าลบหลู่ไม่ให้เกียรติอองลองเลย หรืออย่างสุมาอี้ก็ปล่อยผมยาวด้วยเวอร์ชั่นนี้ เรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิตถือว่าเวอร์ชั่นนี้เริ่มจะเลอะเทอะละ

(อองลองเวอร์ชั่น 1994 รวบผมเรียบร้อย)

(อองลองเป็นขุนนางผู้ใหญ่ของวุยก๊ก แค่วรรณกรรมให้โดนด่าตกม้าตายนี่ก็ว่าแย่ละ นี่ซีรีส์ 2010 เล่นให้ปล่อยผมยาวน่าเกลียดอีก ตามมาตรฐานของจีนโบราณนะ)

(สุมาอี้ 1994 รวบผมเรียบร้อย)

(สุมาอี้ 2010 ปล่อยผมเป็นกุ๊ยเลย คนยุคนี้อาจมองว่าเท่ แต่สมัยก่อนถือว่าไม่สุภาพ)
เรื่องซีนสงครามต่อสู้ก็ออกจะเว่อร์เกินจริงนิดๆ ไม่ได้เป็นการต่อสู้สมจริงแบบใน 1994 คือของ 2010 จะเริ่มเล่นท่ายาก จะคล้ายๆออกกังฟูและกำลังภายในนิดๆ แต่ของจริงไม่มีนะครับ ในประวัติศาสตร์จีนไม่มีกำลังภายในแฟนตาซีแบบในหนัง แล้วเวอร์ชั่นนี้เป็นเจ้าแรกที่ทำฉากจูล่งฝ่าทัพรับอาเต๊าแบบว่า 1 คนลุยทั้งกองทัพ แต่ในวรรณกรรมกับในซีรีส์ 1994 ไม่ได้มีซีนลุยฝ่าทั้งกองทัพ แค่ว่าทหารฝ่ายโจโฉทยอยไล่ตามล่าไล่ปะทะกับจูล่ง
ซีรีส์ 2010 ข้อดีคือ มาได้คาแรคเตอร์ของโจโฉที่ดีขึ้น ดูเก่งดูฉลาดหน่อย ส่วนเล่าปี่ก็นิ่งสุขุมใกล้เคียงกับในหนังสือ ไม่ใช่มาออกลิเกแบบในเวอร์ชั่น 1994
ด้านทัศนคติมุมมองหรือแนวคิดที่มีต่อสงคราม ยังคงเหมือนเดิม คือมองว่าเป็นสิ่งที่ดี ยกย่องการทำสงคราม มองว่าการฆ่าฟันเป็นเรื่องปกติ แต่ที่เปลี่ยนไปคือแนวคิดความทันสมัยในเรื่องความรัก เริ่มมีแบบใส่ความสมัยใหม่เข้าไป เช่นไปใส่ความโรแมนติกให้บทของลิโป้ กลายเป็นได้รับบทคนรักเดียวใจเดียว คนงมงายในความรักอะไรแบบนี้ ส่วนเตียวเสี้ยนก็โรแมนติกกับลิโป้เหลือเกิน ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่ สมัยก่อนไม่มีหรอกโรแมนติกบ้ารักแบบเกาหลีอะไรแบบยุคนี้
ผู้ชายสมัยก่อนเขารักผู้หญิงได้หลายคน มีเมียหลายคนเป็นปกติ ลิโป้ก็มีเมียหลายคน แล้วที่พาครอบครัวหนีไปอาศัยเล่าปี่ ในเวอร์ชั่น 1994 นั่นที่โผล่มาคือเหงียมซี ไม่ใช่เตียวเสี้ยน ซึ่งในวรรณกรรมก็จะมาทั้งเมียหลวงเมียน้อย (ในประวัติจริง เมียน้อยไม่ได้ระบุชื่อว่าเตียวเสี้ยน เตียวเสี้ยนเป็นตัวที่วรรณกรรมแต่งขึ้น) แต่พอของ 2010 มาใส่ความโรแมนติก ให้เตี้ยวเสี้ยนเป็นเมียคนเดียว แล้วเตียวเสี้ยนก็รักลิโป้เหลือเกินจนยอมตายตามกันไป ก็เรียกว่าเวอร์ชั่นนี้เป็นต้นแบบของเวอร์ชั่นอื่นที่สร้างตามมาให้ลิโป้เป็นหนุ่มนักรบโรแมนติก
โดยสรุปถือว่า : ผ่าน
สามก๊ก โจโฉแตกทัพเรือ (2008, 2009) Red Cliff ภาค 1-2
เวอร์ชั่นนี้เป็นหนังใหญ่ เป็นหนังคุณภาพและใช้ทุนสร้างสูงสุดของเอเชีย แต่ออกแนวแฟนตาซีเล็กๆ มีกำลังภายในนิดหน่อย และใส่แนวคิดสมัยใหม่เข้าไป คือมีค่านิยมแบบต่อต้านสงคราม มองการรบราว่าเป็นเรื่องเลวร้าย ซึ่งต่างจากคนสมัยก่อนที่มองสงครามว่าเรื่องปกติ เป็นความชอบธรรม และคนออกรบก็ถือว่ากล้าหาญและมีเกียรติ ทั้งการรบขยายเมืองหรือการล่าอาณานิคม คนสมัยก่อนไม่ได้มองว่าเลวร้าย
แต่แนวคิดเรื่องต้านสงครามพึ่งจะมีราวๆยุค 1970 ในตะวันตก แล้วแนวคิดนี้ก็ขยายมาทางเอเชียมากขึ้นในช่วง 1990
ส่วนเรื่องของเครื่องแต่งกาย วัฒนธรรม ข้าวของเครื่องใช้ เรื่องนี้ก็ไม่ตรงกับประวัติศาสตร์ทุกประเด็น เป็นจินตนาการสมัยใหม่ลักษณะประยุกต์ แถมมีกีฬาฟุตบอลซะด้วย ^^ คือจะสร้างมโนอวยชาติจีน ยิ่งแล้วช่วงนั้นเป็นการต้อนรับกีฬาโอลิมปิกด้วย
ส่วนตัวละครโจโฉก็ได้บทเลวมากๆ ทำสงครามเพื่อจะได้ผู้หญิง ฝ่ายเล่าปี่กับฝ่าย กังตั๋งนี่ดันได้บทรักสงบ แต่ความจริงคือไม่ใช่ เรื่องจริงก็เหมือนกับพล็อตซีรีส์ก็คือ ทุกฝ่ายต่างพยามชิงกันเป็นใหญ่
แต่หนังเรื่องนี้มันดันมีประเด็นที่ถูกต้องใกล้เคียงประวัติจริงเรื่องนึงคือ จิวยี่ในเรื่องนี้ไม่ได้เจ้าเล่ห์และวางแผนทรยศขงเบ้ง ความจริงคือขงเบ้งและจิวยี่เป็นเพื่อนกันเคารพกัน วางแผนเก่งใกล้เคียงกันเหมือนในเรื่องนี้แหละ (แต่กังตั๋งกับฝ่ายเล่าปี่รบกันหลังที่จิวยี่ตายไปแล้ว) อันนี้มันก็จะต่างกับในวรรณกรรมและซีรีส์ที่แต่งเรื่องใหม่ขึ้นมาเกี่ยวกับความขัดแย้งของจิวยี่และขงเบ้ง
เนื้อหาเวอร์ชั่นนี้ กะโดยคร่าวๆว่ามีแค่ 20% ที่เอามาจากซีรี่ส์ 1994 และอีก 5% ที่เอามาจากประวัติศาสตร์จริง นอกนั้นเป็นนิยายแฟนตาซีแต่งขึ้นเอง
โดยสรุปถือว่า : ผ่าน
ขุนศึกเลือดมังกร (2008) Three Kingdoms: Resurrection of the Dragon
แสดงโดยหลิวเต๋อหัว ใช้ชื่ออังกฤษว่าสามก๊กซะด้วย แต่ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับสามก๊กเลย เป็นเรื่องสมมุติขึ้นใหม่ทั้งดุ้น แค่เอาชื่อตัวละครมาสวม เช่นมีจูล่ง เล่าปี่ ขงเบ้ง
คือต้องเข้าใจว่าที่ผมวิจารณ์ตรงนี้ไม่ได้ตำหนินักแสดงแล้วก็ไม่ได้ต่อต้านคนสร้าง คือจะวิจารณ์ตัวงานในมุมว่า ทำไมต้องทำลายเนื้อหาของสามก๊ก คือถ้าจะบอกว่าหนังมันคืองานศิลปะ ศิลปะไม่มีผิดถูก มันก็ใช่ แต่คุณใช้ชื่อสามก๊กนี่สิ
นี่ก็ไม่รู้ว่าคนสร้างชอบสามก๊กหรือเกลียดสามก๊กกันแน่ บางคนอาจมองว่าผมวิจารณ์เกินจริงรึเปล่า แต่ผมลองใส่ความรู้สึกไปตามเนื้อเรื่อง พยามเข้าถึงในสิ่งที่เขาสื่อ คือคนสร้างเขาสื่อแบบนั้นจริงๆ คือมองว่าสังคมโบราณเป็นสังคมป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม มีการเข่นฆ่า เป็นสังคมที่ไร้ขื่อไร้แป คือจะทำหนังออกมาแนว Dystopia แล้วมันใช่หรือ ? ถ้าจะสร้างแนวนี้ก็จินตนาการแต่งเรื่องขึ้นมาใหม่โดยไม่ต้องอิงชื่อสามก๊กก็ได้ เพราะคุณก็แต่งเนื้อหาใหม่อยู่แล้ว
เช่นตัวอย่างหนังเรื่อง Kingdom เนี่ยก็แฟนตาซีย้อนยุค จินตนาการขึ้นมาโดยไม่ต้องอิงประวัติศาสตร์เลย

(อันนี้ไม่ใช่ซีรีส์ซอมบี้ Kingdom นะ)
สำหรับประวัติศาสตร์จีน โดยเฉพาะสมัยชุนชิว และยุคสามก๊ก มันถูกยกย่องในเรื่องของความเจริญ เป็นยุคของบัณฑิต ยุคของนักปราชญ์ ประชันกันด้วยสมองและการวางแผน แต่เหมือนกับคนสร้างหนังเรื่องนี้จะพยามทำออกมาเพื่อดิสเครดิตทำลายสามก๊กและทำลายวัฒนธรรมจีนโบราณ
ก็ไม่รู้ว่าเพราะเกลียดวัฒนธรรมจีนโบราณ หรือเป็นหัวคอมมิวนิสต์ เลยเกลียดยุคราชวงศ์หรือยังไง
เวอร์ชั่นนี้จากที่ผมได้ดูคำวิจารณ์จากที่อื่นๆ แฟนๆสามก๊กก็ลงมติแทบเป็นเอกฉันท์ว่าเวอร์ชั่นนี้บิดเบือนสามก๊กมากที่สุด ยิ่งกว่า “เทพเจ้ากวนอู” ยิ่งกว่า “ดิ แอสแซสซินส์”
โดยสรุปถือว่า : ไม่ผ่าน ไม่ใช่สามก๊ก
สามก๊ก เทพเจ้ากวนอู (2011)
เป็นเรื่องที่บิดเบือนสามก๊กและปู้ยี่ปู้ยำทั้งวัฒนธรรมจีน ทั้งตัวละคร รวมถึงประวัติศาสตร์และวรรณกรรม
คือจริงอยู่ว่ามันเป็นสิทธิ์ของคนแต่งเรื่องและคนสร้างหนัง ที่จะสร้างจินตนาการออกมายังไงก็ได้ แต่เมื่อมันจะสื่อว่าเป็นหนังอิงชีวประวัติ ดังนั้นก็ต้องมีสิทธิ์ถูกวิจารณ์เหมือนกันว่าสร้างความเสียหายต่อทั้งกวนอู โจโฉ และไม่มีเรื่องความเป็นสามก๊กและการวางแผนอะไรเลย
แค่ตัวกวนอู คาแรคเตอร์ก็ไม่ใช่แล้ว ตัวเล็กกระจิ๊ดเดียวแถมเคราสั้นเป็นขนแพะเลย ไอ้ภาพปกหละโอเค แต่ในเรื่องตัดเคราซะสั้นเลย
คนจีนโบราณการไว้เครายาวคือความแมน ความมีบารมี เขาจะแสดงสัญลักษณ์ว่าต่างจากผู้หญิง (ไม่ใช่แค่จีน ฝรั่งยุคโบราณก็เหมือนกัน พวกนอร์ส, พวกแองโกล-แซกซัน ก็ไว้เครายาว แต่ของฝรั่งจะไว้รุงรัง) ของกวนอูนี่ต้องเคราดก เครายาวร่างใหญ่น่าเกรงขาม
ทางนักแสดงกับฝ่ายสร้างเขาก็ตอบโต้เสียงวิจารณ์ว่าเขาพอใจแบบนี้ แต่นั่นแหละยังไงก็ถือว่าเละเทะครับ แฟนสามก๊กสับเละโดยเฉพาะเรื่องเนื้อหา
แล้วมีการใส่บทให้สกปรกต่ำทรามอีก มาแต่งพล็อตขึ้นว่ากวนอูแอบรักพี่สะใภ้ คือแอบรักเมียเล่าปี่ ซึ่งในความจริงมันไม่ใช่อุปนิสัยของกวนอู ถึงจะนำเสนอว่ากวนอูแอบรักในใจแต่ไม่แตะต้องก็เหอะ คือสมัยก่อนถ้าคนไม่วิปริตจริงๆเขาจะไม่คิดอะไรกับอาซ้อ เขาจะถือเป็นพี่น้องตัวเอง แล้วกวนอูนี่เรียกว่าอยู่ตรงข้ามกับคำว่าวิปริต คือซื่อตรงเถรตรงสุดๆ
นั่นไม่เท่าไหร่ แต่ยังกลายเป็นว่าให้บทอาซ้อมาให้ท่าจะสนองตอบกวนอูอีก อันนี้เรียกว่าปู้ยี่ปู้ยำคนโบราณมาก คือเอานิสัยคนสมัยใหม่ไปใส่ยัดให้คนโบราณ (ถ้าเป็นหนัง R หรือหนังพิเศษผมจะไม่ว่าเลยเพราะเข้าใจว่ามันต้องแต่งเนื้อเรื่องให้พิสดาร)
เอาหละเรื่องนี้คือหนังกำลังภายใน ใครที่ชอบการต่อสู้และความเก่งของตัวละคร ก็คงจะเสพได้ในมุมนี้ แต่ก็ไม่สนุกเหมือนหนังบู๊เรื่องอื่นๆ ส่วนเนื้อหาก็ไม่ได้มีเรื่องราวของสามก๊กหรือการวางแผนอะไร อาจจะหยิบมาอิงท่อนนึงคือช่วงกวนอูขอแยกทางจากโจโฉ แต่ไม่ได้เอาพล็อตมา
ผมได้เห็นคนที่ไม่รู้เรื่องราวสามก๊กมาก่อน เกิดอยากศึกษาขึ้นมาแล้วไปดูเรื่องนี้เข้า คือจบเลยไม่ได้เนื้อหาอะไรจากการดู ต่างกันนะกับเรื่อง Red Cliff อันนั้นมีเนื้อหาจากพล็อตวรรณกรรมในตอนศึกผาแดง
โดยสรุปถือว่า : ไม่ผ่าน ไม่ใช่สามก๊ก
โจโฉ (2012) The Assassins
แหม้ชื่อเรื่องนักฆ่า แต่ภาษาไทยดันตั้งชื่ออิงสามก๊กเต็มๆเลย ^^ เป็นหนังแนวดาร์กแฟนตาซี ทำให้เนื้อหาออกหม่นๆ ในแง่ของแนวกำลังภายในเหาะเหินเดินอากาศ ก็ไม่ได้มีอะไรเด่นหรือสนุกไปกว่าเรื่องอื่น แล้วแอสแซสซินส์ในที่นี้ไม่ใช่ฝ่ายโจโฉนะ แต่เป็นฝ่ายฮ่องเต้ ชื่อไทยตั้งสลับกัน โฟกัสคนละจุดกับคนสร้าง
เรื่องนี้ตัวละครมันอิงประวัติศาสตร์ ยังไงเขาก็จัดหมวดเป็นหนังอิงประวัติศาสตร์ คือเอาชื่อตัวละครมา ยศตำแหน่งเหมือนเดิม แต่ใส่เนื้อหาใหม่หมด ไม่มีอะไรที่หยิบมาจากวรรณกรรมหรือประวัติศาสตร์เลย
ก็ไม่รู้ว่าคนยุคหลังนี่ทำไมชอบปู้ยี่ปู้ยำความเป็นจีนโบราณ หรือชอบแค่เรื่องกำลังภายในกับความแฟนตาซีโบราณๆ แต่ไม่ชอบประวัติศาสตร์จีนจริงๆ เหมือนถ้าเป็นฝรั่งก็ชอบเทพนิยายแฟนตาซี The Witcher อะไรแบบนั้น แต่เกลียดประวัติศาสตร์จริง เกลียดสงครามดอกกุหลาบ เกลียดกรีก เกลียดทรอย อะไรแบบนั้นรึเปล่า
เรื่องราวความโสมม การทำลายเกียรติคนโบราณมันก็มีอีกตามเคย ให้บทโจผีข่มขืนเมียฮ่องเต้ พยามจะใส่ความดาร์กเข้าไป แต่จริงๆสมัยก่อนเขาให้เกียรติกันนะ โจผีต่อมาก็เป็นฮ่องเต้ ไม่ใช่คนบ้าที่ไหน
สมัยสามก๊กเขาฆ่ากันชิงอำนาจกัน แต่ข่มขืนเมียคนอื่นน่ะไม่ใช่แล้ว หรือกระทั่งข่มขืนชาวบ้านทหารเขาก็ไม่ทำกัน แต่ละฝ่ายเขาก็มีคุณธรรม เนื้อหาดาร์กสุดๆที่ถูกใส่ไปในวรรณกรรมก็คือ โจโฉชอบแต่งงานกับแม่หม้าย นี่คือใส่ดราม่าที่ว่าแบบแย่ๆแล้วนะ คือสมัยก่อนถ้าเป็นเมียของศัตรู เขาก็ประหารเลยยกโคตร หรือจับขังหรือเนรเทศ แต่โจโฉวิปริตหน่อยคือศัตรูที่ตายแล้วเนี่ย โจโฉจะชอบเอาเมียเขามาแต่งงาน ไม่ได้ข่มขืนนะ คือชอบเอาแม่หม้ายมาเป็นเมียว่าง่ายๆ ซึ่งสมัยนี้มันดูไม่เสียหายอะไรด้วยซ้ำไป
เรื่องนี้ก็จะมีพลิกหักมุมเนื้อหาโดยให้ฮ่องเต้เป็นตัวร้าย เป็นคนผลิตนักฆ่า ก็ไร้สาระไร้ตรรกะกันไป เอาไว้ต่อสู้กันมันๆพอ แล้วก็ชิงอำนาจกับโจโฉ
โดยสรุปถือว่า : ไม่ผ่าน ไม่ใช่สามก๊ก
จูล่ง ขุนพลเทพสงคราม (2016) God of War, Zhao Yun
เป็นซีรีส์แนวรักๆ บู๊กำลังภายใน แฟนตาซีอภินิหาร เหาะเหินลอยตัว ไม่ได้เน้นความเป็นสามก๊กเลย แต่สำหรับคนชอบแนวต่อสู้กำลังภายใน ผมบอกได้เลยว่าเรื่องนี้ฉากบู๊ดีมาก ต่อสู้เจ๋งมาก ค่อยๆดำเนินเรื่องตั้งแต่จูล่งพึ่งวิชา ไปจนถึงช่วงพีค (เวอร์ชั่นนี้จูล่งกับม้าเฉียว ตอนหลังเก่งกว่าลิโป้นะ เพราะเป็นหนังฝ่ายจ๊กก๊ก)
สำหรับคนชอบแนวรักๆ เรื่องนี้มีพระเอก มีนางเอก มีความโรแมนติกแบบเกาหลี เพราะขายที่เกาหลีด้วย เป็นหนังจีนแต่มีดาราเกาหลี พระเอกคือจูล่ง นางเอกก็ตัวละครสมมุติ มีความตลกคิกขุน่ารักในทุกตอน พระเอกหล่อ นางเอกน่ารัก แฟนๆ “อิม ยุน-อา” นักร้อง Girls’ Generation ไม่พลาดแน่ ส่วนลิโป้กับเตียวเสี้ยนก็มีโรแมนติกด้วยเรื่องนี้ ก็ต่อยอดมาจากซีรีส์ 2010
ส่วนแฟนๆจ๊กก๊ก สาวกขงเบ้ง ต้องชอบแน่นอนเรื่องนี้ ก็จะสนุกไปกับเนื้อหาช่วงที่ดึงเรื่องมาตอนเล่าปี่พบขงเบ้ง ไปถึงศึกผาแดง รวมถึงการเฉือนคมระหว่างจิวยี่กับขงเบ้ง คือดึงพล็อตมาจากซีรีส์เลยช่วงนี้
แล้วพีคสุดของเรื่องนี้คือซีน “ฝ่าทัพรับอาเต๊า” เรียกว่าพัฒนาต่อยอดมาจากซีรีส์ 2010 ได้เห็นเวอร์ชั่นจูล่ง 1 คนปะทะกองทัพโจโฉทั้งกองทัพ นี่หละเทพมากๆ เป็นฉากบู๊ที่ดีที่สุดเรื่องนึง
ไทม์ไลน์ไล่เรียงตามลำดับถูกต้องตามวรรณกรรมและซีรีส์ แต่เนื้อหาตอนท้ายมีปรับแต่งเล็กน้อยให้เป็นแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งสำหรับขุนพลจ๊กก๊ก
เรื่องวัฒนธรรมและแนวคิดอะไรต่างๆไม่ต้องพูดถึง เป็นสมัยใหม่หมดละ ทรงผมแบบหนังจีนยุคใหม่ การแต่งตัวสีสันสวยงาม มีไว้ทรงผมเดรดล็อคด้วย ชาวเสเหลียงนี่เสื้อผ้าหยั่งกับฮาวาย
เนื้อหาอาจจะไม่มีแวะไปก๊กอื่น จะเน้นที่จูล่งเป็นตัวดำเนินเรื่องหลักๆ ส่วนเล่าปี่ ขงเบ้งมาสร้างสีสัน แล้วก็มีบังทองมาช่วยเอาฮาด้วยเวอร์ชั่นนี้ เน้นสนุกสนาน แต่ก็มีพล็อตสามก๊กเรื่องการวางแผนและลำดับไทม์ไลน์ตรงตามซีรีส์ แต่เสียเวลาไปกับเรื่องแต่งเพิ่มและเรื่องแฟนตาซีซะเยอะ
โดยสรุปถือว่า : ผ่าน
ตำนานลับสามก๊ก (2018) Secret of the Three Kingdoms
เรื่องนี้เป็นเนื้อหาสำหรับคนชอบวุยก๊ก เป็นซีรีส์จำนวนตอนไม่เยอะนัก มีพระเอกนางเอก มีรักหวานซึ้ง แล้วก็เป็นเรื่องแต่งเกือบจะ 90% โดยประมาณ แต่เวอร์ชั่นนี้เป็นเนื้อหาเฉพาะภายในวุยก๊ก คือไม่ได้ลบเนื้อหาสามก๊กทิ้ง แค่ไม่ดำเนินเรื่องของอีก 2 ก๊ก ไม่มีเนื้อหาของฝ่ายเล่าปี่และฝ่ายกังตั๋ง แค่เอ่ยชื่อและรายงานเหตุการณ์ ด้านตัวละครและไทม์ไลน์ก็วางมาอย่างถูกต้องตรงกับวรรณกรรมถึงจะเอามาไม่หมด ก็เพราะทำเป็นซีรีส์สั้นๆ
มาถึงตรงนี้คงไม่ต้องพูดถึงเรื่องวัฒนธรรมและแนวคิดละ สามก๊กยุคใหม่ๆไม่มีทางทำได้คลาสสิคเหมือนเดิม มันนิยมมาทางนี้หมดคือ มีเรื่องกำลังภายใน เครื่องแต่งกายเป็นแฟนตาซีประยุกต์ วัฒนธรรมข้าวของเครื่องใช้ประยุกต์หมด แนวคิดก็ต่อต้านสงคราม มองการต่อสู้เป็นเรื่องชั่วร้าย แล้วก็ใส่ความโรแมนติกรักเดียวใจเดียว ก็เรียกว่าเป็นเวอร์ชั่นที่เป็นซีรีส์รักๆอีกเรื่องนึงคล้ายเวอร์ชั่น “จูล่ง ขุนพลเทพสงคราม”
มีการพลิกบท ให้ฮ่องเต้เป็นพระเอก ผมจะชอบเวอร์ชั่นนี้ก็ประเด็นเหล่านี้ มีสุมาอี้เป็นตัวเอกหรือตัวเทพของเรื่อง เป็นเพื่อนพระเอกคือฮ่องเต้ และนี่แหละคือตำนานลับๆ ไอ้ตรงนี้ผมไม่สปอยล์ คือเรื่องนี้หัวใจของเนื้อหาคือ ความลับของฮ่องเต้ เขาคือใครเขามาจากไหน และสู้กับโจโฉอย่างไร อันนี้แหละคือตำนานลับ
ทุกเวอร์ชั่นที่ผ่านมา ตั้งแต่วรรณกรรมก็ให้ฮ่องเต้เป็นหุ่นเชิด ส่วนโจโฉเป็นคนกุมอำนาจราชสำนัก
ในเวอร์ชั่น 1994 ฮ่องเต้ก็ดูจะฉลาดแค่ตอนเด็ก แต่โตมาหมดสภาพเลย (มันใช่หรือ), เวอร์ชั่น 2010 ก็หนัก ถูกกักขังไม่มีอำนาจอะไรเลย, ใน Red Cliff ก็เอ๋อติงต๊อง, ในกวนอู เป็นตัวร้ายบ้าอำนาจ
แต่ประวัติศาสตร์ผมมองว่าฮ่องเต้ฉลาด และคานอำนาจกับโจโฉพอสมควร (มี 2 ฮ่องเต้ที่ถูกดร็อปความสามารถเกินจริงไปมากในวรรณกรรม คือเหี้ยนเต้ กับอาเต๊า คนหลังนี่ได้บทปัญญาอ่อนไปเลย) ฮ่องเต้น่าจะชิงเหลี่ยมกับโจโฉพอสมควร ขาดแต่เป็นรองเรื่องบู๊และการไม่มีกองทัพในมือ ไม่มีอิทธิพลต่อขุนนาง
ส่วนในซีรีส์เวอร์ชั่นนี้กลายเป็นพลิกเลย เรียกว่าฮ่องเต้เก่งทั้งบุ๋นและบู๊แล้วออกรบด้วย ซึ่งอันนี้มันคือเรื่องแต่งเพียวๆ เกินจริงไปเยอะ แต่การดำเนินเรื่อง พล็อตลำดับเหตุการณ์มันก็เป็นไปตามซีรีส์ต้นฉบับ ส่วนฮ่องเต้จะลงจากอำนาจยังไง อันนี้ก็จะถูกเล่าต่างไป
เวอร์ชั่นนี้ หมันทองแสดงดีมาก บุคลิกดีสุด เป็นคนเก่งฉลาด แต่ก็เป็นไปตามวรรณกรรม คือเรื่องนี้ยกให้กุยแกเป็นกุนซือที่เก่งสุดของโจโฉ (ตามทัศนะของแฟนสามก๊กหลายคน) และในเรื่องที่ดูเหนือกว่ากุยแกก็คือสุมาอี้ ส่วนฮ่องเต้นี่ก็ฉลาดตามทัน 2 คนนี้ทุกอย่าง เรียกว่า 3 คนนี้คือตัวเทพของเรื่องหละ

(ฮ่องเต้หล่อแบ๊วสไตล์เกาหลี)

(สุมาอี้ดูดี เก่งสุด)

(กุยแก ก็สมบทบาท แต่ยังแสดงสู้หมันทองไม่ได้ และเตียวเสี้ยนยังไม่ตาย สวยเหมือนเดิม)

(หมันทอง บุคลิกเจ๋งและฉลาดมากๆ)

(ลูกสาวโจโฉ หรือเมียฮ่องเต้คนต่อมา น่ารักมาก แต่ไม่ใช่นางเอกนะ)

(โจโฉก็เลือกนักแสดงได้เหมาะสม ดูฉลาดและเหี้ยมตามที่เป็นจริง)

(ซุนฮก ก็ถ่ายทอดได้ดีในเรื่องความสับสนระหว่างความภักดีต่อโจโฉ กับฮ่องเต้ ที่ต้องชั่งน้ำหนัก)
สำหรับคนชอบหนังยุคใหม่ ชอบความสนุกน่ารักแบบเกาหลี มีจิ้นเล็กๆระหว่างชายกับชายสไตล์หนังเกาหลียุคใหม่ ก็จะดูสนุกคล้ายๆเวอร์ชั่นจูล่ง ขุนพลเทพสงคราม แต่เวอร์ชั่นนี้ไม่ได้เน้นการต่อสู้ จะเน้นเรื่องวางแผนลับๆของราชวงศ์และการปกป้องฮั่น
ที่ค่อนข้างขัดใจและรำคาญคือการพากย์ชื่อ ตกลงจะเอาจีนกลางหรือฮกเกี้ยนกันแน่ ฮ่องเต้ในเรื่องถูกเรียกเล่นๆชื่อ “หลิว” เพราะแซ่เล่าแต่เรียกแบบจีนกลาง พอเล่าปี่ กลับเรียก “เล่าปี่” ไม่เรียก “หลิวเป้” แต่พอทีกวนอู คนบ้านเราทั่วประเทศเรียก “กวนอู” นี่ดันเรียก “กวนหวี่” เพื่ออะไรก็ไม่รู้ ถ้าจะเอาจีนกลางอย่างน้อยก็กวนหยู กวนหยวี อะไรก็ได้ แต่กวนหวี่นี่ภาษาอะไร ? ทางที่ดีคือ นักพากย์รุ่นต่อไปควรดูตำราบ้าง เปิดกูเกิ้ลก็ได้ว่าชื่อไทยเขาเขียนยังไง
จะจีนกลางก็กลางไปเลยทั้งเรื่องแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้าจะใช้ฮกเกี้ยนก็น่าจะเบิ่งดูบ้างว่าในตำราบ้านเราสะกดยังไง ในซีรีส์บ้านเราออกเสียงยังไง เลือกเอาซักอย่างไม่ใช่เดี๋ยวกลางเดี๋ยวฮกเกี้ยน ผสมมั่วไปหมด ชื่อเมืองก็ออกเสียงมั่ว แต่นี่คือผมติงฝ่ายแปลและพากย์นะ ไม่เกี่ยวกับตัวซีรีส์
โดยสรุปถือว่า : ผ่าน
. . .
สรุปว่า : สามก๊กมี 2 เวอร์ชั่นเท่านั้นครับที่เป็นถ่ายทอดจากวรรณกรรมมาเป็นซีรีส์ ส่วนเวอร์ชั่นอื่นไม่ได้ถ่ายทอดจากวรรณกรรม แค่อิงตัวละครและเหตุการณ์ไปสร้างเป็นเนื้อหาอื่น เช่นเป็นหนังกำลังภายใน, หนังรัก
จากเวอร์ชั่นที่ผมมีมุมมองว่าผ่านนั้นก็สรุปดังนี้สั้นๆ
ซีรีส์ 1994
ในด้านวัฒนธรรม แนวคิด วิถีชีวิตยังคงตรงกับสมัยโบราณ เนื้อหาถ่ายทอดวรรณสามก๊กมาสู่หน้าจอ
ซีรีส์ 2010
ด้านวัฒนธรรมเริ่มไม่ตรง ส่วนแนวคิด วิถีชีวิตส่วนมากก็จะตรงกับสมัยโบราณ แต่มีส่วนน้อยที่เริ่มมีความเป็นสมัยใหม่ เนื้อหาถ่ายทอดวรรณกรรมสามก๊กมาสู่หน้าจอ
หนัง โจโฉแตกทัพเรือ
วัฒนธรรมและแนวคิดเป็นแบบสมัยใหม่ เนื้อหาเป็นหนังแนวสงครามโบราณ
ซีรีส์ จูล่ง ขุนพลเทพสงคราม
วัฒนธรรมและแนวคิดเป็นแบบสมัยใหม่ เนื้อหาเป็นซีรีส์แนวรักและแนวบู๊กำลังภายใน
ซีรีส์ ตำนานลับสามก๊ก
วัฒนธรรมและแนวคิดเป็นแบบสมัยใหม่ เนื้อหาเป็นซีรีส์แนวรัก ความสัมพันธ์ และการชิงอำนาจ
…
และสำหรับคนที่บอกว่าจะเริ่มศึกษาสามก๊ก แต่ยังไม่อยากอ่านหนังสือ ควรดูอะไรก่อน ?
–> ก็แนะนำว่าเป็น ซีรีส์ 1994 ครับ ของไทยมีลิขสิทธิ์ ดูทาง YouTube ได้เลย
C. pantip : ตา o