ลิโอเนล เมสซี่ นักเตะหมายเลขหนึ่งแห่งยุค คว้ารางวัล “บัลลงดอร์” 2019 ไปเรียบร้อย

‘ลิโอเนล เมสซี่’ นักเตะหมายเลขหนึ่งแห่งยุค
คว้ารางวัล “บัลลงดอร์” 2019 ไปเรียบร้อย

ส่วนทางด้านรางวัล “ยาชิน โทรฟี่” ตกเป็นของ ‘อลิสซอน เบ็คเกอร์’ นายทวารจากลิเวอร์พูล

ปีนี้เป็นปีแรกที่บัลลงดอร์ตั้งรางวัลขึ้นมาสำหรับตำแหน่งผู้รักษาประตูโดยเฉพาะ โดยตั้งชื่อรางวัลตามตำนานผู้รักษาประตูของรัสเซียยุค 50-60

🔅 ผลงานของเมสซี่ฤดูกาล 2018-2019 ที่ผ่านมา

• 52 ประตู มากที่สุดรวมทุกรายการ
• 23 แอสซิสต์ มากที่สุดรวมทุกรายการ
• 17 แมนออฟเดอะแมตช์
• 12 ประตูในแชมเปียนส์ ลีก นำดาวซัลโว
• 36 ประตูในลาลีกา ได้รางวัลรองเท้าทองคำ
• คว้าแชมป์ลาลีกา สเปน
• ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมฟีฟ่า 2019

ถึงแม้จะมีคู่แข่งอย่าง “เวอร์กิล ฟาน ไดค์” แต่เนื่องจากปีนี้มีนักเตะลิเวอร์พูลถูกคัดเข้าชิงมากที่สุด คือ 7 คน ได้แก่ ฟาน ไดค์, ซาล่าห์, มาเน่, ฟีร์มิโน่, ไวจ์นัลดุม, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และอลิสซอน ทำให้คะแนนโหวตเกิดการเสียงแตก เป็นการตัดคะแนนกันเองระหว่างผู้เล่นลิเวอร์พูล

บัลลงดอร์เป็นถ้วยรางวัลที่ได้รับการยอมรับและมีมาตรฐานที่สุด เนื่องจากใช้การโหวตจากสื่อมวลชนที่มีชื่อเสียง แต่ด้วยกับการที่ลิเวอร์พูลได้แชมป์ยุโรปมาในฤดูกาลก่อนนั้น มีผู้เล่นที่ทำผลงานได้ดีหลายคน ไม่มีใครโดดเด่นกว่าใครเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฟาน ไดค์ กับซาดิโอ มาเน่ ทำผลงานได้พีคมาก จึงทำให้คะแนนโหวตของสื่อกระจายกันไป

ส่วนทางด้านเมสซี่นั้นเป็นผู้เล่นที่โชว์ความโดดเด่นที่สุดของบาร์เซโลน่า เป็นตัวหลักของทีม คะแนนโหวตจึงเทมาอย่างไม่ต้องคิดมาก และแน่นอนว่ากับรางวัลบัลลงดอร์ 6 สมัยเป็นสิ่งที่คู่ควรอย่างยิ่ง เพราะยุคนี้เมสซี่คือหมายเลขหนึ่งจริงๆ ถึงแม้จะไม่ประสบความสำเร็จกับทีมชาติ แต่ก็เกิดจากองค์ประกอบของทีมอาร์เจนติน่ายุคนี้ยังไม่ดีพอ

และสำหรับฟาน ไดค์ ก็คู่ควรกับบัลลงดอร์เหมือนกัน แต่ต้องผ่านยุคของเมสซี่ไปก่อน และถ้าเขารักษาผลงานได้ดีก็มีสิทธิ์ได้เป็นกองหลังที่ได้รางวัลนี้ต่อจากคันนาวาโร่ เจ้าของรางวัลปี 2006

🔅 สำหรับอลิสซอน เบ็คเกอร์ ผลงานที่ผ่านมา

• 21 คลีนชีท
• คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ ลีก
• คว้าแชมป์โคปาอเมริกา กับทีมชาติบราซิล
• ได้ถุงมือทองคำโคปาอเมริกา เสียเพียง 1 ประตู
• ได้ถุงมือทองคำพรีเมียร์ ลีก 2019
• ได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมยูฟ่า 2019
• ได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมฟีฟ่า 2019

ขอแสดงความยินดีกับทั้งสองคนด้วย

C. fan page : ตำนานบอล

วันที่ลิเวอร์พูลเริ่มใช้ชุดสีแดงทั้งชุด

“On this day”

25 พ.ย. 1964 สีแดงแรงฤทธิ์

วันนี้เมื่อ 55 ปีก่อน (25 พ.ย. 1964) ลิเวอร์พูล มีการเปลี่ยนชุดเหย้าของตัวเอง โดยเปลี่ยนจากที่ใช้เสื้อแดงกางเกงขาวมากว่าครึ่งศตวรรษ มาเป็นชุดแดงสีเดียวกันทั้งชุด ทั้งเสื้อ กางเกง และถุงเท้า

การเปลี่ยนสีชุดแข่งครั้งนี้มาจากไอเดียของกุนซือ บิล แชงคลีย์ ที่มองว่า สีแดงเป็นสีแห่งพลัง สื่อถึงความอันตราย จึงต้องการให้ทีมเปลี่ยนมาเน้นสีแดงให้มากกว่าเดิมเพื่อกระตุ้นให้นักเตะฮึกเหิม พร้อมกับทำให้คู่แข่งต้องยำเกรง

เอียน เซนต์จอห์น ดาวเตะระดับตำนานของทีมในเวลานั้น เล่าว่า “วันหนึ่งเจ้านาย (บิล แชงคลีย์) เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว แล้วโยนกางเกงสีแดงมาให้ รอน ยีตส์ ลองใส่ พอลองแล้วเจ้านายก็พูดออกมาว่า ‘รอนนี่, นายดูตัวใหญ่ขึ้นมากเลยนะ อย่างกับสูงซัก 7 ฟุตแน่ะ’ ผมก็เลยเสนอไอเดียไปว่า ‘ทำไมเราไม่เปลี่ยนไปทั้งหมดเลยล่ะ เจ้านาย เปลี่ยนถุงเท้าไปด้วยซะเลยสิ’ ซึ่งแชงคลีย์ก็เห็นด้วย และชุดอันเป็นตำนานก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น”

โดยชุดแข่งใหม่ของทีม ได้ฤกษ์เผยโฉมและใช้งานอย่างเป็นทางการครั้งแรกในศึกยูโรเปี้ยน คัพ รอบแรก ที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านพบกับ อันเดอร์เลชท์ จากเบลเยี่ยม ซึ่งเกมนั้นหงส์แดงอัดไปเบาะๆ 3 – 0

C. fan page : ที่นี่ลิเวอร์พูล (25/11/2019)

อย่าหันหลังให้ “ความหวัง” และ “ความฝัน”

อย่าดูถูกความหวังและความฝันเด็ดขาด ไม่ว่าคุณต้องการจะหลุดพ้นจากความทุกข์ที่รัดตัวและวิกฤตปัญหา หรือหวังว่าจะรอดพ้นจากสิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นในอนาคต หรือต้องการที่จะคว้าสิ่งใดมาบางอย่างให้ชีวิต

จงอย่าสิ้นความหวัง อย่าละทิ้งความฝัน ช่วงเวลาที่รอมันอาจรู้สึกยาวนาน แต่มันเป็นเครื่องมือที่ช่วยได้มากจริงๆ โดยที่คุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลย

Parasite “ชนชั้นปรสิต” หนังดีจากเกาหลี กับหลายมุมมอง

ถึงขั้นที่ว่าได้รางวัล “ปาล์ม” จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ปี 2019 ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นรางวัลเก่าแก่ที่รวมเอาหนังจากทั่วโลก ไม่ใช่แค่อเมริกา-อังกฤษ

แต่จริงๆมันก็ไม่ถึงขั้นดีแบบสุดๆจนไร้ที่ติ สามารถมองได้หลายมุม อย่างนึงคือมันขาดความ Real (คือความสมจริง หรือ reality นั่นแหละ) เพราะหนังสะท้อนสังคมหรือหนังชีวิตที่ดีนั้น มันต้องแสดงบทบาทให้สมจริง สีหน้าท่าทางต้องไม่ออกเป็นการแสดงมากเกินไป และต้องมีการสื่ออารมณ์ มีการกระชากใจให้อินไปกับเรื่องชนิดที่ว่า ดูจบออกมาแล้วมีผลต่อมุมมองชีวิตและสังคม (ลองนึกถึงเรื่อง Joker เป็นตัวอย่าง — แต่ Joker เป็นจักรวาล DC ไม่ใช่หนังสะท้อนสะคมนะ)

แต่เรื่อง “ชนชั้นปรสิต” สร้างโลกมโนขึ้นมาซึ่งไม่ใช่สังคมจริง เพียงแต่ทำออกมามีความสร้างสรรค์ ขายไอเดียใหม่ๆไม่จำเจ ตรงนี้สามารถให้รางวัลได้ อีกทั้งในมุมมองของคนตะวันตก ก็ไม่ได้เข้าถึงวิถีชีวิตคนเอเชียจริงๆ ฉะนั้นเขาอาจแยกไม่ออกว่าอะไรคือความเป็นจริง สังคมเกาหลีจริงๆเป็นแบบไหน สังคมเอเชียเป็นยังไง

มันก็เลยไม่เป็นเอกฉันท์เท่าไหร่ในหมู่คนดู บางแชนแนลรีวิวออกมาแบบเว่อร์ๆ 10/10 ซึ่งมันก็พอได้นะ อาจบวกความลำเอียงไปด้วยเพราะเกาหลีก็เป็นชาติเอเชียที่คนไทยปลื้มชื่นชอบอยู่ แต่มุมมองที่แตกต่างสำหรับบางคนคือ เป็นหนังที่ไม่ดีเลย ขาดตกไปหลายอย่าง ไม่ใช่ 7 ไม่ใช่ 8 แต่คะแนนหล่นไปที่ 3/10 หรือ 4/10 อะไรแบบนี้ก็มี

ซึ่งมุมมองนี้ก็เข้าใจได้อยู่ ว่าเรื่องนี้มันสามารถตัดสินได้หลายระดับจริงๆ จะว่าหนังดีมาก ก็มีมุมให้มอง จะว่าหนังแย่มากๆ ก็มีมุมให้มองเหมือนกัน

แต่ที่แน่ๆผลงานชิ้นนี้ มันก็ถือว่าเป็นงานที่น่าภูมิใจสำหรับเอเชียและเกาหลี อย่างน้อยๆก็มีรางวัลใหญ่ติดไม้ติดมือเข้ามา

Hailee Steinfeld และ Jason Drucker คู่พี่น้องน่ารักจากเรื่อง Bumblebee

นางเอกวัยรุ่น Hailee Steinfeld ได้เล่นหนังร่วมครอบครัวกับหนูน้อย Jason Drucker ในเรื่อง Barely lethal (ปี 2015) เป็นหนังวัยรุ่นสนุกสนาน มีบทบู๊นิดๆกับบทบาทของสายลับสาว

และแล้วสองคนนี้ก็ได้มาจับคู่กันอีก เป็นพี่น้องในเรื่อง Bumblebee (ปี 2018) หนังแยกจักรวาลมาจากเรื่อง Transformers ซึ่งถือว่าสนุกในบรรยากาศยุค 80’s มีความอบอุ่นแบบวัยรุ่นและความเป็นครอบครัว

ตอนนี้หนูน้อย Jason ก็เริ่มใกล้โตเป็นวัยรุ่นละ ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องไหนที่ให้สองคนมาจับคู่เป็นพี่น้องกันอีกรึเปล่า

รวมดาวแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ถึงแม้เพจเราจะไม่ใช่แฟนแมน ยูไนเต็ด แต่ทีมนี้ก็มีนักเตะที่แอดฯชื่นชอบเหมือนกันเช่นไรอัน กิ๊กส์ หรืออย่างริโอ เฟอร์ดินาน ซึ่งชอบมาตั้งแต่สมัยอยู่เวสต์แฮม

แมนยูเป็นทีมที่สร้างตำนานในอังกฤษมามากในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา กับยุคสมัยของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ฉะนั้นแอดฯก็ต้องขอจัดทีมรวมดาวตลอดกาลของแมนยูซะหน่อย

ตรงนี้ต่างคนต่างชอบ หรือตัดเกรดให้คะแนนต่างมุมกันไป แฟนๆแต่ละคนคงจะจัดทีมไม่เหมือนกัน แมนยูมีนักเตะระดับท็อปหลายคน ทั้งอิบราฮิโมวิช, เบอร์บาตอฟ, คีน, สโคลส์ โดยเฉพาะนายทวารปีเตอร์ ชไมเคิล แต่สุดท้ายแล้วแอดฯก็ตัดสินใจเลือกออกมาตามนี้

• ดาบิด เด เคอา
• ริโอ เฟอร์ดินาน
• เนมันยา วิดิช
• กาเบรียล ไฮน์เซ่
• แกรี่ เนวิลล์
• ไบรอัน ร็อบสัน
• ไรอัน กิ๊กส์
• เดวิด เบ็คแฮม
• เอริค คันโตน่า
• รุด ฟาน นิสเตอรอย
• คริสเตียโน โรนัลโด้

C. fan page : ตำนานบอล

หลังตราไก่เด้งพอชพ้นเก้าอี้ “มาร์ติน คีโอว์น” เชียร์ปืนดึงพอชคุมทีม

มาร์ติน คีโอว์น กูรูลูกหนังและอดีตผู้เล่นอาร์เซน่อล เชียร์ให้ต้นสังกัดเดิมคว้าตัว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มาคุมทีมแทน อูไน เอเมรี่ กุนซือเก้าอี้ร้อนชาวสเปน

อดีตแนวรับอาร์เซน่อล กล่าวกับเดลี่ เมล์ว่า “อาร์เซน่อลไม่ต้องตื่นตะหนกอะไรหรอก แต่เรากำลังใกล้วิกฤติแล้วอย่างแท้จริง”

“พวกเราไม่ได้มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม ผู้ใหญ่ระดับสูงของสโมสรควรพิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวกับโปเช็ตติโน่”

“ผมมีความชื่นชมอย่างมากสำหรับสิ่งที่เขาทำไว้กับสเปอร์ส แนวทางที่เขาดูแลดาวรุ่งเหล่านั้น และเขาไม่ได้ใช้เงินมากมาย ผมไม่คิดว่า ท็อตแน่มใช้เงินมากนักนะ”

“ผมยืนอยู่ข้างโปเช็ตติโน่นะ ผมคิดว่าเขาควรได้เวลามากกว่านั้น ผมคิดว่ามันเป็นการไล่ออกครั้งสำคัญ คุณมีผู้จัดการทีมซึ่งตอนนี้อาจกลับมาทำร้ายพวกเขาเอง”

“ผมทราบดีถึงสถิติอันย่ำแย่ที่เพิ่งเกิดขึ้น ผมรู้เรื่องทั้งหมด แต่ผมยังคงอยากให้โอกาสกับเขาอีกครั้ง ผมไม่ชอบแนวทางที่ท็อตแน่มทำเลย”

“ตอนนี้ ประธานสโมสรหลายคนกำลังจับตาเขาอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ดต้องการเขาในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ผมคิดว่าอาร์เซน่อลควรสนใจเช่นกัน หากพวกเขาต้องการก้าวไปข้างหน้า”

C. fan page : ตำนานบอล

กระแสแอนตี้ Game of thrones ซีซั่น 8 ของกลุ่มคนสุดอีโก้และไร้เหตุผล กับข้อมูลแสนมั่วซั่ว

ที่ต้องใช้คำว่า “สุดอีโก้” เพราะกระแสแอนตี้ GOT ปี 2019 นี้มันแรงมาก จนเป็นกระแสน้ำเชี่ยว ถ้าใครเอาเรือมาขวางนี่โดนยำเละเลย

คนเรามักบอกว่าต้อง “ยอมรับความเห็นต่าง” ดูเหมือนวาทกรรมนี้มันจะมีความหมายว่า “มึงห้ามสวนกับกู” ถ้าใครสวนกระแสกู แสดงว่ามึงไม่ยอมรับความเห็นต่าง !

สิ่งเหล่านี้คือพบเห็นมาจากที่แฟนซีรีส์เถียงกันในกระทู้ ทั้ง pantip และ facebook

สำหรับแฟนๆพันธุ์แท้ GOT เขาก็จะมองซีซั่น 8 ต่างกันไป บางคนก็บอกว่าดีแล้ว, บางคนก็บอกว่าเนื้อหาจบดี แต่การเดินบทไม่ดีเลย สั้นไปลวกๆไป อยากให้รีเมคใหม่, หรือโทษผู้กำกับว่าหมดใจ ไม่รับผิดชอบงานให้ออกมาดีละเอียดกว่านี้, หรือผิดหวังว่าไม่น่ามีฉากถ่ายทำที่ผิดพลาด เช่นแก้วน้ำ-ขวดน้ำ, บ้างก็บอกว่าเรื่องราวของผีดิบไวท์ วอล์คเกอร์จบง่ายไป สั้นไป, ส่วนการจบของตัวละคร ที่บางคนก็ได้ดี บางคนล้มเหลว ทำให้คนดูพอใจก็มี ไม่พอใจก็มี อันนี้ผู้กำกับตั้งใจให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว (คือให้มีหลายฝ่ายเหมือนเรื่องการเมือง) คือข้อวิจารณ์เหล่านี้อยู่ในกรอบที่มีเหตุผลและข้อมูลไม่ได้ผิด

แต่ที่แน่ๆเขาจะไม่แอนตี้ หรือบูลลี่ ดิสเครดิตจนเหมือนว่าเป็นซีรีส์ที่แย่และห่วยมาก ซึ่งในสายตาของผู้เชี่ยวชาญมันไม่ใช่ เพราะถึงแม้ GOT ซีซั่นสุดท้ายจะทำออกมาไม่เท่ามาตรฐานของซีซั่นก่อนๆ แต่ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆถือว่า GOT ก็ยังเหนือกว่า ตรงนี้เราดูได้จากรางวัล Emmy Awards ที่ GOT ซีซั่นสุดท้ายคว้าไปได้หลายรางวัลในปี 2019 ซึ่งรางวัลนี้ไม่ได้วัดตามกระแส ไม่งั้นถ้าตามกระแสสังคมก็คงต้องไม่มีซักรางวัล

กระแสแอนตี้ GOT มาจากแฟนๆซีรีส์ทั่วไป โดยมีพวกซีรีส์ค่ายอื่น และสื่ออเมริกาที่หมั่นไส้และอิจฉา GOT นิดๆมานานแล้ว (เพราะ GOT เป็นอังกฤษ) พอก้าวล้มนิดนึงปึ๊บเลยรีบฉวยโอกาสมารุมเหยียบย่ำทันที โดยมีการนำเสนอสื่อ ตัดต่อบิดเบือนข้อมูลมากมายมาปั่น

1. ตัดต่อคำพูดเจ้าของหนังสือ “จอร์จ มาร์ติน” ว่าลุงเขาด่าซีรีส์ตอนจบ แต่ที่จริงไม่ใช่เลย ที่จริงผู้เขียนมีการบ่นไม่พอใจซีรีส์มาตลอดนานแล้ว ตั้งแต่ช่วงซีซั่น 4 โดยบอกว่าเนื้อหาหนังสือของเขามันยาวมาก แต่ซีรีส์ตัดเนื้อหาที่สำคัญออกไปเยอะ โดยควรจะมี 10 กว่าซีซั่นด้วยซ้ำไป แต่ลุงจอร์จ มาร์ตินยืนยันว่าหนังสือจะจบแบบเดียวกัน เพียงแต่รายละเอียดย่อยๆจะต่างกันไป

2. ตัดต่อบิดเบือนคำพูดว่านักแสดงไม่พอใจ ซึ่งความจริงคือนักแสดงทุกคนออกมาปกป้องซีรีส์กันหมด อย่างคิท แฮริงตัน ถึงขั้นด่าคนที่วิจารณ์ว่า “fuck themselves” ส่วนโซฟี เทอร์เนอร์ก็บอกว่า ทีมงานทำงานกันหนักและตั้งใจมาก โดยบอกว่าการต่อว่านั้นเป็นการไม่ respect เอาซะเลย

3. ที่สื่อทำเป็นตัดต่อบิดเบือนปั่นกระแสว่าเจ้าของหนังสือและนักแสดงไม่พอใจ เพื่อเป็นการยัดเยียดให้ผู้กำกับ “แดน” และ “เดฟ” เป็นแพะรับบาป โดยหาว่าเป็นคนคิดบทเอง

ข้อมูลมั่วๆและความเข้าใจผิดของคนที่แอนตี้และบูลลี่ คือ > หาว่าที่ซีซั่น 8 จบห่วยเพราะ ผู้กำกับ D&D คิดบทเอง แต่นี่คือมโนอุปาทานจากการขาดข้อมูล เพราะที่จริงแล้วหนังสือลุงจอร์จ มาร์ติน เพิ่งจะทำออกมาแค่ 5 ภาคเท่านั้น ฉะนั้นถ้าจะบอกว่าบทไม่ดีเพราะไม่มีในหนังสือ ก็ต้องบอกว่ามันห่วยมาตั้งแต่ซีซั่น 6 แล้ว แต่เปล่าเลย พวกเขากลับอ้างว่าซีซั่น 6 ดีมาก บางคนก็บอก 6-7 ดี

ข้อเท็จจริงคือ GOT มีฝ่ายเขียนบทจากทีม HBO มาตั้งแต่ซีซั่น 1 โดยไม่ได้ใช้บทตามหนังสือ เพียงแค่เอาพล็อตเรื่องมาจากหนังสือเท่านั้น แต่บทต่างกันมาตลอด ซึ่งถึงแม้หนังสือจะยังไม่ออกซีซั่น 6 แต่จอร์จ มาร์ตินได้แจ้งพล็อตหนังสือไว้ให้ผู้กำกับ D&D เรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้อุตริคิดตอนจบเอง

ฉะนั้นสิ่งที่เข้าใจง่ายๆเลยสำหรับซีซั่น 8 คือจำนวน ep. มันน้อยไป และเร่งจบมากเกินไป จนทำให้บทไม่น่าอินและขัดใจ

มันเหมือนเป็นยุค “กากๆ” หรือยุคตกต่ำของวงการบันเทิงก็ว่าได้ ซีรีส์และหนังดีๆถูกต่อต้าน ซีรีส์และหนังห่วยๆ กลับดังเป็นพลุแตก

ขอยกตัวอย่าง “Stranger things” เชื่อว่าถ้าวิจารณ์ความห่วยนี่ แฟนๆซีรีส์ต้องพากันด่ารุมกระทืบยับ เพราะกระแสมาแรงคนชอบกันเยอะจริงๆ กับเจ้าซีรีส์วัยรุ่นอาโนะเนะเรื่องนี้

แต่ความจริงก็คือความจริง ถ้าตั้งสติรับฟังแล้วจะเข้าใจในอีกมุมมอง

–> อันนี้ขอคัดเอาโพสต์จากใน facebook กลุ่ม Game of thrones มา

อธิบายด้วยเหตุผล ทำไม ST ถึงกาก ?

– ซีรีส์คุณภาพต่ำมักจะใช้การถ่ายทำอยู่ไม่กี่ฉาก และใช้ตัวละครไม่เยอะ (ลองเทียบของไทยก็เช่น “บุพเพนิวาส” ที่พิถีพิถันกว่า กับเรื่อง “เป็นต่อ” ที่เซ็ตฉากขึ้นมาไม่กี่ฉาก) ซึ่ง ST ก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ มีซีซั่น 3 ที่เพิ่มฉากขึ้นมาเป็นห้างกับ Lab รัสเซีย

– มันแตกต่างอยู่แล้ว ระหว่างซีรีส์ทุนใหญ่ฟอร์มยักษ์ เนื้อหาเยอะ กับซีรีส์ฟอร์มเล็ก เนื้อหาน้อย ทุนต่ำ

– คนถามว่า คนละแนวเทียบกันได้หรือ ? ได้สิครับ ก็เวลาเขาส่งเข้าประกวด เขาก็รวมทุกแนว คุณภาพมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแนวหรือประเภท ยกตัวอย่างซีรีส์ชั้นดีอย่างตระกูล BB (อันเนี้ยครับชั้นดีจริง) คนละแนวกับ GOT แต่วัดกันได้ สูสีกันเลย

– เนื้อหาไม่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการดู ทั้งซีซั่นมีสัตว์ประหลาดอยู่ชนิดนึงจากมิติทับซ้อน แล้วก็หาทางปราบ ฉะนั้นการเดินบทไม่ได้ยากอะไร

– ความเด๊กกกเด็ก!ในการสื่อสารกับคนดูก็มีอยู่ อีเลเว่นบางทีเวลาต่อสู้หนักๆใช้พลังเยอะ เลือดกำเดาไม่ไหล (ผกก.คงลืม) แต่เวลาแค่จะเอาน้ำกระป๋องจากตู้หยอดหรือแค่เปิดล็อคประตูเนี่ย เลือดไหลเฉยเลย เพื่อที่จะบอกคนดูว่า “ฝีมือหนูเองแหละค่ะ” ^^ โถๆๆ.. ไอ้ของแบบเนี้ยครับ พวกซีรีส์แถวหน้าจะไม่สื่อสารอะไรตื้นๆแบบนี้

– ซีรีส์ดีๆหลายเรื่องครับที่ซีซั่นหลังๆไม่ดี หรือจบแย่ ทั้ง Walking Dead, The 100, Spartacus, Homeland … ที่ว่ามานี่ผมชอบหมด แต่สำหรับ ST พึ่งจะ 3 ซีซั่นเท่านั้นครับ ถามว่าจะมามุกนี้ พล็อตเรื่องเดิมๆได้อีกกี่ซีซั่น ? ผมว่าได้ไม่เกิน 5 แล้วตัวละครเท่านี้โอกาสยากที่จะรักษาเรตติ้งในอนาคต แล้วถ้าจะคิดทำอะไรเพื่อไม่จำเจ คราวนี้จะออกทะเลแน่นอน

– มีการเปลี่ยนแปลงคาแรคเตอร์แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพื่อที่ซีซั่น 3 จะขายความฮา ตัวละครที่เคยขรึมๆมา อย่าง จิม ฮ็อปเปอร์ กับนักสืบเมอร์เรย์ เดิมมาอย่างขรึม แต่พอซีซั่น 3 กลายเป็นติงต๊องเลย … ไปโดนตัวไหนเข้าไป ^^

ทำไมถึงว่า GOT ซีซั่น 8 คุณภาพดี ?

– มาตรฐานการถ่ายทำลดลงจากเดิม ซาวด์ดี แต่ภาพแย่ลง ความพิถีพิถันน้อยลง มีการถ่ายที่ผิดพลาด *แต่พอดีว่านับเฉพาะในปีนี้ ไอ้ที่ว่างานไม่ละเอียดเนี่ย โดยรวมมันก็ถือว่าทำดีกว่าซีรีส์อื่นๆในปีนี้ ย้ำว่าเฉพาะปีนี้นะครับ GOT เลยคว้ารางวัลมาเต็มมือไปหมด*

– แน่นอนว่านักแสดง และการกำกับการแสดงยังสุดยอดอยู่

– บทการดำเนินเรื่องห่วยมาก ตรงนี้ใครจะบอกกากคงไม่แปลกอะไร รวบรัดไม่ละเอียดเลย ทำให้ไม่กระชากอารมณ์ *ในส่วนของบทเลยไม่ได้รางวัลนะปีนี้*

– พล็อตเรื่องและการเชื่อมโยงของเนื้อหามันถูกต้องแล้ว มันมีบทปูมาก่อน ไม่ว่าจะเรื่องจอนกับแดนี่ล้มเหลวทั้งคู่, มังกรเผาเมือง, แบรนได้เป็นกษัตริย์, ไนท์คิงตายยังไง … อันนี้มีบทโยงมาตั้งแต่ซีซั่นเก่าๆแล้ว ผมและหลายคนก็เคยนำเสนอไปเยอะละ เพจต่างประเทศก็มีอธิบาย ขอละไว้ (อันนี้แจงกรณีคนที่เข้าใจว่าจบผิดทิศผิดทาง)

c. Ryusaki

“โจ๊กเกอร์” 2019 หนังคุณภาพดี หรือแค่ตรงเทรนด์ ?

ดูเหมือนจักรวาล DC จะล่มสลายไปแล้ว ในฐานะแฟนคอมมิค DC ถือว่าน่าเสียดายมาก ทีม DC ไม่สามารถเดินบทเชื่อมโยงหนังแต่ละเรื่องมาอยู่จักรวาลเดียวกัน เลยสุดท้ายทำได้เพียงสร้างเรตติ้งแยกเป็นเรื่องๆไป

ทำ Aquaman ออกมาเน้นซีจีอลังการ ส่วนบทและสไตล์ก็ดัดแปลงลอกมาจาก Thor ของค่าย Marvel

Wonder Woman ก็ขายผู้หญิง สวยหุ่นดี แล้วเอาเอาเรื่องรักๆระหว่างคนกับเทพมาเป็นจุดขาย อาศัยซีจีอลังการมาช่วยสร้างความสนุก

หลังจากนั้นเรื่องอื่นๆก็แป้ก จนมาถึง Joker ทิ้งเรื่องราวของซุปเปอร์ฮีโร่ และมาทำหนังชีวิต หนังไซโคกับการเดินบทด้วยตัวละครที่อาศัยการแสดง การตีบทให้ได้อารมณ์

คนยุคใหม่ๆไม่เคยผ่านแนวดาร์กๆมาก่อน ไม่เคยผ่านหนังแนวไซโค ซึ่งสมัยก่อนมีเยอะมาก แต่ไม่ตรงเทรนด์ สมัยก่อนคนจะหาว่าบ้า ใครชอบแนวดาร์ก แนวร็อค แนวพังค์ แนวเดธ จะถูกสังคมองว่าเพี้ยน แต่พอดีจังหวะว่าสมัยนี้แฟชั่นดาร์กๆ มันไม่ใช่แค่ถูกยอมรับ แต่ถึงขั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก

ฉะนั้นไม่ว่าจะ Frozen 2 ในปี 2019 นี้ยังต้องทำเทรเลอร์ตัวอย่างออกมาเป็นแบบหม่นๆ ดาร์กๆ เพื่อมาเป็นจุดขาย เลยเรียกความสนใจได้อย่างมาก

นี่แหละ ทีมหนัง DC ได้ฆ่าทิ้งบุคลิกตัว Joker เดิมๆที่เป็นศัตรูของ Batman หายจนหมดสิ้น เพื่อเพียงแค่ว่า ขายความหม่น ความดาร์ก ความไซโค และสุดท้ายก็สมใจ ได้ยอดขายทะลุ 1,000 พันล้าน พร้อมขายจักรวาล DC ทิ้งไปด้วย

ลองจัด “ทีมยอดเยี่ยมตลอดกาล” ของลิเวอร์พูล

ถ้าให้จัดทีมผู้เล่นที่ “เก่ง” + “ชอบ” เป็นเรื่องที่เลือกยากน่าดู ลำพังให้วัดเฉพาะความเก่งนี่ก็ยากแล้ว เพราะในตำแหน่งเดียวกัน ต่างก็มีดีคนละแบบ มีจุดเด่นจุดด้อยคนละอย่างไป

“ความเก่ง” กับ “ความชอบ” มันความหมายต่างกัน บางทีนักเตะที่เราชอบอาจไม่ใช่นักเตะที่เก่ง อย่างแอดฯเองชอบ เรดแน็ปป์, โอเว่น, จอห์น สเกล ซึ่ง 3 คนนี้ไม่ได้เก่งมากนัก ฝีเท้าเก่งอยู่ระดับประมาณนึง แต่เป็นเรื่องของความชอบมากกว่า

ถ้าลองให้แฟนบอลทุกท่านจัดผู้เล่น “ทีมยอดเยี่ยม” ของทีมรัก โดยเลือกเก่ง+ชอบ แน่นอนว่าแต่ละคนคงจัดทีมออกมาหลากหลายต่างกันไป แม้แต่แอดฯเอง ยังอยากจัดออกมาซัก 2-3 แบบ และให้น้ำหนักความชอบพอๆกันเลย

มีความโลเลอยู่หลายคนว่าจะเลือกใครดี

– กองหน้า ของรุ่นโบราณมีตัวเด็ดอย่าง เอียน เซ็นต์จอห์น ต่อมาก็เควิน คีแกน ส่วนกองหน้าตัวเก่งตลอดกาลก็มีให้เลือกหลายคนทั้ง อัลดริจ, เอียน รัช, ฟาวเลอร์, ซัวเรซ

– กองกลาง ก็มีทั้งตัวรุก หน้าต่ำ ตัวรับ ปีก ให้เลือกหลายคน รุ่นคลาสสิคก็มี ซูเนสส์, สตีฟ ไฮเวย์, เรย์ เคนเนดี้, ถ้ารุ่นใหม่ก็ เรดแน็ปป์, แบเกอร์, อลองโซ่

– แบ็คซ้าย มีให้เลือกทั้ง ริเซ่, โรเบิร์ตสัน

– เซ็นเตอร์ แน่นอนว่ามีฮูเปีย ที่เป็นตัวเลือก

– ประตู ก็ยังมีบรูซ กร็อบเบล่าร์ ตัวเก่งอีกคน

แต่สุดท้ายจัดมาได้ตามนี้แหละครับ
• อลิสซง เบ็คเกอร์
• อลัน แฮนเซ่น
• เวอร์กิล ฟาน ไดจ์
• อลัน เคนเนดี้
• เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
• สตีเว่น เจอร์ราร์ด
• จอห์น บาร์นส์
• สตีฟ แม็คมานามาน
• ปีเตอร์ เบียดส์ลี่
• เคนนี่ ดัลกลิช
• เฟอร์นานโด ตอร์เรส

สำหรับแฟนหงส์ทุกท่าน คงจะมีทีมในใจของตัวเองกันแน่นอนอยู่แล้วใช่มั้ยครับ

C. fan page : ตำนานบอล

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น