ที่ต้องใช้คำว่า “สุดอีโก้” เพราะกระแสแอนตี้ GOT ปี 2019 นี้มันแรงมาก จนเป็นกระแสน้ำเชี่ยว ถ้าใครเอาเรือมาขวางนี่โดนยำเละเลย
คนเรามักบอกว่าต้อง “ยอมรับความเห็นต่าง” ดูเหมือนวาทกรรมนี้มันจะมีความหมายว่า “มึงห้ามสวนกับกู” ถ้าใครสวนกระแสกู แสดงว่ามึงไม่ยอมรับความเห็นต่าง !
สิ่งเหล่านี้คือพบเห็นมาจากที่แฟนซีรีส์เถียงกันในกระทู้ ทั้ง pantip และ facebook
สำหรับแฟนๆพันธุ์แท้ GOT เขาก็จะมองซีซั่น 8 ต่างกันไป บางคนก็บอกว่าดีแล้ว, บางคนก็บอกว่าเนื้อหาจบดี แต่การเดินบทไม่ดีเลย สั้นไปลวกๆไป อยากให้รีเมคใหม่, หรือโทษผู้กำกับว่าหมดใจ ไม่รับผิดชอบงานให้ออกมาดีละเอียดกว่านี้, หรือผิดหวังว่าไม่น่ามีฉากถ่ายทำที่ผิดพลาด เช่นแก้วน้ำ-ขวดน้ำ, บ้างก็บอกว่าเรื่องราวของผีดิบไวท์ วอล์คเกอร์จบง่ายไป สั้นไป, ส่วนการจบของตัวละคร ที่บางคนก็ได้ดี บางคนล้มเหลว ทำให้คนดูพอใจก็มี ไม่พอใจก็มี อันนี้ผู้กำกับตั้งใจให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว (คือให้มีหลายฝ่ายเหมือนเรื่องการเมือง) คือข้อวิจารณ์เหล่านี้อยู่ในกรอบที่มีเหตุผลและข้อมูลไม่ได้ผิด
แต่ที่แน่ๆเขาจะไม่แอนตี้ หรือบูลลี่ ดิสเครดิตจนเหมือนว่าเป็นซีรีส์ที่แย่และห่วยมาก ซึ่งในสายตาของผู้เชี่ยวชาญมันไม่ใช่ เพราะถึงแม้ GOT ซีซั่นสุดท้ายจะทำออกมาไม่เท่ามาตรฐานของซีซั่นก่อนๆ แต่ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆถือว่า GOT ก็ยังเหนือกว่า ตรงนี้เราดูได้จากรางวัล Emmy Awards ที่ GOT ซีซั่นสุดท้ายคว้าไปได้หลายรางวัลในปี 2019 ซึ่งรางวัลนี้ไม่ได้วัดตามกระแส ไม่งั้นถ้าตามกระแสสังคมก็คงต้องไม่มีซักรางวัล
กระแสแอนตี้ GOT มาจากแฟนๆซีรีส์ทั่วไป โดยมีพวกซีรีส์ค่ายอื่น และสื่ออเมริกาที่หมั่นไส้และอิจฉา GOT นิดๆมานานแล้ว (เพราะ GOT เป็นอังกฤษ) พอก้าวล้มนิดนึงปึ๊บเลยรีบฉวยโอกาสมารุมเหยียบย่ำทันที โดยมีการนำเสนอสื่อ ตัดต่อบิดเบือนข้อมูลมากมายมาปั่น
1. ตัดต่อคำพูดเจ้าของหนังสือ “จอร์จ มาร์ติน” ว่าลุงเขาด่าซีรีส์ตอนจบ แต่ที่จริงไม่ใช่เลย ที่จริงผู้เขียนมีการบ่นไม่พอใจซีรีส์มาตลอดนานแล้ว ตั้งแต่ช่วงซีซั่น 4 โดยบอกว่าเนื้อหาหนังสือของเขามันยาวมาก แต่ซีรีส์ตัดเนื้อหาที่สำคัญออกไปเยอะ โดยควรจะมี 10 กว่าซีซั่นด้วยซ้ำไป แต่ลุงจอร์จ มาร์ตินยืนยันว่าหนังสือจะจบแบบเดียวกัน เพียงแต่รายละเอียดย่อยๆจะต่างกันไป
2. ตัดต่อบิดเบือนคำพูดว่านักแสดงไม่พอใจ ซึ่งความจริงคือนักแสดงทุกคนออกมาปกป้องซีรีส์กันหมด อย่างคิท แฮริงตัน ถึงขั้นด่าคนที่วิจารณ์ว่า “fuck themselves” ส่วนโซฟี เทอร์เนอร์ก็บอกว่า ทีมงานทำงานกันหนักและตั้งใจมาก โดยบอกว่าการต่อว่านั้นเป็นการไม่ respect เอาซะเลย
3. ที่สื่อทำเป็นตัดต่อบิดเบือนปั่นกระแสว่าเจ้าของหนังสือและนักแสดงไม่พอใจ เพื่อเป็นการยัดเยียดให้ผู้กำกับ “แดน” และ “เดฟ” เป็นแพะรับบาป โดยหาว่าเป็นคนคิดบทเอง
ข้อมูลมั่วๆและความเข้าใจผิดของคนที่แอนตี้และบูลลี่ คือ —> หาว่าที่ซีซั่น 8 จบห่วยเพราะ ผู้กำกับ D&D คิดบทเอง แต่นี่คือมโนอุปาทานจากการขาดข้อมูล เพราะที่จริงแล้วหนังสือลุงจอร์จ มาร์ติน เพิ่งจะทำออกมาแค่ 5 ภาคเท่านั้น ฉะนั้นถ้าจะบอกว่าบทไม่ดีเพราะไม่มีในหนังสือ ก็ต้องบอกว่ามันห่วยมาตั้งแต่ซีซั่น 6 แล้ว แต่เปล่าเลย พวกเขากลับอ้างว่าซีซั่น 6 ดีมาก บางคนก็บอก 6-7 ดี
ข้อเท็จจริงคือ GOT มีฝ่ายเขียนบทจากทีม HBO มาตั้งแต่ซีซั่น 1 โดยไม่ได้ใช้บทตามหนังสือ เพียงแค่เอาพล็อตเรื่องมาจากหนังสือเท่านั้น แต่บทต่างกันมาตลอด ซึ่งถึงแม้หนังสือจะยังไม่ออกซีซั่น 6 แต่จอร์จ มาร์ตินได้แจ้งพล็อตหนังสือไว้ให้ผู้กำกับ D&D เรียบร้อยแล้ว เขาไม่ได้อุตริคิดตอนจบเอง
ฉะนั้นสิ่งที่เข้าใจง่ายๆเลยสำหรับซีซั่น 8 คือจำนวน ep. มันน้อยไป และเร่งจบมากเกินไป จนทำให้บทไม่น่าอินและขัดใจ

มันเหมือนเป็นยุค “กากๆ” หรือยุคตกต่ำของวงการบันเทิงก็ว่าได้ ซีรีส์และหนังดีๆถูกต่อต้าน ซีรีส์และหนังห่วยๆ กลับดังเป็นพลุแตก
ขอยกตัวอย่าง “Stranger things” เชื่อว่าถ้าวิจารณ์ความห่วยนี่ แฟนๆซีรีส์ต้องพากันด่ารุมกระทืบยับ เพราะกระแสมาแรงคนชอบกันเยอะจริงๆ กับเจ้าซีรีส์วัยรุ่นอาโนะเนะเรื่องนี้
แต่ความจริงก็คือความจริง ถ้าตั้งสติรับฟังแล้วจะเข้าใจในอีกมุมมอง
…
–> อันนี้ขอคัดเอาโพสต์จากใน facebook กลุ่ม Game of thrones มา

อธิบายด้วยเหตุผล ทำไม ST ถึงกาก ?
– ซีรีส์คุณภาพต่ำมักจะใช้การถ่ายทำอยู่ไม่กี่ฉาก และใช้ตัวละครไม่เยอะ (ลองเทียบของไทยก็เช่น “บุพเพนิวาส” ที่พิถีพิถันกว่า กับเรื่อง “เป็นต่อ” ที่เซ็ตฉากขึ้นมาไม่กี่ฉาก) ซึ่ง ST ก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ มีซีซั่น 3 ที่เพิ่มฉากขึ้นมาเป็นห้างกับ Lab รัสเซีย
– มันแตกต่างอยู่แล้ว ระหว่างซีรีส์ทุนใหญ่ฟอร์มยักษ์ เนื้อหาเยอะ กับซีรีส์ฟอร์มเล็ก เนื้อหาน้อย ทุนต่ำ
– คนถามว่า คนละแนวเทียบกันได้หรือ ? ได้สิครับ ก็เวลาเขาส่งเข้าประกวด เขาก็รวมทุกแนว คุณภาพมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแนวหรือประเภท ยกตัวอย่างซีรีส์ชั้นดีอย่างตระกูล BB (อันเนี้ยครับชั้นดีจริง) คนละแนวกับ GOT แต่วัดกันได้ สูสีกันเลย
– เนื้อหาไม่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในการดู ทั้งซีซั่นมีสัตว์ประหลาดอยู่ชนิดนึงจากมิติทับซ้อน แล้วก็หาทางปราบ ฉะนั้นการเดินบทไม่ได้ยากอะไร
– ความเด๊กกกเด็ก!ในการสื่อสารกับคนดูก็มีอยู่ อีเลเว่นบางทีเวลาต่อสู้หนักๆใช้พลังเยอะ เลือดกำเดาไม่ไหล (ผกก.คงลืม) แต่เวลาแค่จะเอาน้ำกระป๋องจากตู้หยอดหรือแค่เปิดล็อคประตูเนี่ย เลือดไหลเฉยเลย เพื่อที่จะบอกคนดูว่า “ฝีมือหนูเองแหละค่ะ” ^^ โถๆๆ.. ไอ้ของแบบเนี้ยครับ พวกซีรีส์แถวหน้าจะไม่สื่อสารอะไรตื้นๆแบบนี้
– ซีรีส์ดีๆหลายเรื่องครับที่ซีซั่นหลังๆไม่ดี หรือจบแย่ ทั้ง Walking Dead, The 100, Spartacus, Homeland … ที่ว่ามานี่ผมชอบหมด แต่สำหรับ ST พึ่งจะ 3 ซีซั่นเท่านั้นครับ ถามว่าจะมามุกนี้ พล็อตเรื่องเดิมๆได้อีกกี่ซีซั่น ? ผมว่าได้ไม่เกิน 5 แล้วตัวละครเท่านี้โอกาสยากที่จะรักษาเรตติ้งในอนาคต แล้วถ้าจะคิดทำอะไรเพื่อไม่จำเจ คราวนี้จะออกทะเลแน่นอน
– มีการเปลี่ยนแปลงคาแรคเตอร์แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพื่อที่ซีซั่น 3 จะขายความฮา ตัวละครที่เคยขรึมๆมา อย่าง จิม ฮ็อปเปอร์ กับนักสืบเมอร์เรย์ เดิมมาอย่างขรึม แต่พอซีซั่น 3 กลายเป็นติงต๊องเลย … ไปโดนตัวไหนเข้าไป ^^
ทำไมถึงว่า GOT ซีซั่น 8 คุณภาพดี ?
– มาตรฐานการถ่ายทำลดลงจากเดิม ซาวด์ดี แต่ภาพแย่ลง ความพิถีพิถันน้อยลง มีการถ่ายที่ผิดพลาด *แต่พอดีว่านับเฉพาะในปีนี้ ไอ้ที่ว่างานไม่ละเอียดเนี่ย โดยรวมมันก็ถือว่าทำดีกว่าซีรีส์อื่นๆในปีนี้ ย้ำว่าเฉพาะปีนี้นะครับ GOT เลยคว้ารางวัลมาเต็มมือไปหมด*
– แน่นอนว่านักแสดง และการกำกับการแสดงยังสุดยอดอยู่
– บทการดำเนินเรื่องห่วยมาก ตรงนี้ใครจะบอกกากคงไม่แปลกอะไร รวบรัดไม่ละเอียดเลย ทำให้ไม่กระชากอารมณ์ *ในส่วนของบทเลยไม่ได้รางวัลนะปีนี้*
– พล็อตเรื่องและการเชื่อมโยงของเนื้อหามันถูกต้องแล้ว มันมีบทปูมาก่อน ไม่ว่าจะเรื่องจอนกับแดนี่ล้มเหลวทั้งคู่, มังกรเผาเมือง, แบรนได้เป็นกษัตริย์, ไนท์คิงตายยังไง … อันนี้มีบทโยงมาตั้งแต่ซีซั่นเก่าๆแล้ว ผมและหลายคนก็เคยนำเสนอไปเยอะละ เพจต่างประเทศก็มีอธิบาย ขอละไว้ (อันนี้แจงกรณีคนที่เข้าใจว่าจบผิดทิศผิดทาง)
c. Ryusaki