“Dark Football” • ศาสตร์มืด หรือลูกตุกติกในการเล่นฟุตบอล

ถิ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการตุกติก การตบตากรรมการมากที่สุดก็คือ ทีมจากอิตาลีและสเปน รวมถึงไปถึงโซนลาตินอเมริกาด้วย

สำหรับลีกเยอรมันและอังกฤษจะไม่ค่อยมี ถึงแม้ฟุตบอลอังกฤษยุคเก่าจะเป็นฟุตบอลที่เล่นแบบปะทะหนักหน่วง แต่จะไม่ค่อยมีลูกตบตา คือถ้าโมโหกันก็จะเก็บหนักๆหรือเสียบกันซึ่งๆหน้าไปเลย

ลีกอังกฤษยุคใหม่ไม่ค่อยมีการเล่นโหดแบบเมื่อก่อน เพราะกติกามีการปรับให้แจกใบเหลืองใบแดงง่ายขึ้น แต่ก็ยังเป็นสไตล์ฟุตบอลที่เล่นเร็วและปะทะหนัก เพียงแต่จะเล่นอยู่ในสายตาผู้ตัดสิน การตบตาที่มากสุดเต็มที่ก็คือการล้มเอาจุดโทษ ซึ่งเป็นปกติของกองหน้าที่ต้องพยามเรียกฟาวล์

แต่สำหรับบอลอิตาลีและสเปนนั้น มันมีศาสตร์มืดครบทุกแบบ ฉะนั้นฟุตบอลที่อื่นมาเจอแรกๆจะไม่ชิน มันมีทั้งการตอดเล็กตอดน้อย มีแอบเก็บ มีลูกแถมเพื่อพยามให้ฝ่ายตรงข้ามเจ็บตัวจนเล่นไม่ไหว และเรื่องการแอคติ้ง แกล้งเจ็บ แกล้งดีดตัวล้มนี่เป็นเลิศ

สมัยก่อนอิตาลีมีกองหน้าชื่อดังอย่าง ฟิลิปโป อินซากี ซึ่งมีแฟนบอลชาวไทยตั้งฉายาให้ว่า “อินซากุ้ง” เพราะดีดอย่างเดียว อยู่ในเขตโทษเป็นดีดตัวล้มไว้ก่อน

เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่มาคุมแมนซิตี้ ใช้การเล่นเกมรุกแบบสไตล์พับสนามบุก แต่พอเสียบอลทุกครั้ง ซิตี้จะใช้เทคนิคตัดฟาวล์ไว้ก่อน จะโดนเหลืองก็ไม่เป็นไร ตรงนี้นักเตะแมนซิตี้ก็เคยออกมายอมรับกับสื่อว่าเขาถูกสั่งมาแบบนั้น

ทางด้านเจอร์เก้น คล็อปป์เองก็ให้สัมภาษณ์ตรงๆว่า เขาสอนให้ลูกทีมรู้จักการเล่นแบบ Dark football เล็กน้อย คือต้องมีลูกตุกติก ต้องมีสกปรกบ้าง ไม่งั้นก็ถูกคนอื่นกระทำฝ่ายเดียว

โดยคล็อปป์ชี้ว่าเดิมทีลูกทีมเล่นแบบใสเกินไป จนโม ซาล่าห์ ถูกรามอสทำฟาวล์แบบตบตากรรมการ จนถูกหามออกเป็นเหตุทำให้แพ้ในรอบชิง UCL ปี 2018 ฤดูกาลต่อมาลิเวอร์พูลก็เลิกเล่นแบบใสซื่อ และเริ่มใช้ลูกตุกติกบ้าง

การเจอกับนาโปลีทั้งสองฤดูกาล ลิเวอร์พูลต้องเจอเก็บเทคนิคตบตากรรมการทุกครั้ง หรือการเจอกับบาร์เซโลน่าก็เช่นกัน แต่ลิเวอร์พูลก็มีการเล่นนอกเกมเหมือนกัน รู้จักยั่ว รู้จักตอดเล็กตอดน้อย จนในที่สุดก็ทวงแชมป์ UCL ได้สำเร็จ

ในเกมล่าสุดรอบ 16 ทีม ที่ลิเวอร์พูลบุกไปแพ้แอตเลติโก มาดริดที่สเปน ต้องเจอกับลูกไม้สกปรกมากมาย ยิ่งแล้วถ้า UEFA คิดตื้นๆไม่รอบคอบ ไปเอากรรมการฝึกหัดมาลงสนามคุมเกมใหญ่แบบนี้ย่อมไม่ทันเหลี่ยมทีมสเปนแน่นอน แล้วเจอเสียงกดดันจากแฟนๆเจ้าถิ่นอีก ก็ยิ่งตัดสินรวนไปใหญ่

นักเตะแอตเลติโก มาดริดมีการแอบดึงแอบแถมตลอด ทำเป็นล้มเอาแขนขวางบอลให้ดูว่าไม่ตั้งใจแฮนด์บอลบ้าง หรือจังหวะเสียบอลโดนแย่งบอลได้ทำเป็นดีดตัวเจ็บทั้งหน้าเจ็บทั้งขาพร้อมกัน ทั้งกรรมการทั้งไลน์แมนไม่มีประสบการณ์ในเกมระดับนี้ จึงไม่ทันเกมซักจังหวะเลย

อย่างไรก็ตาม ในการที่ลิเวอร์พูลแพ้เพียง 1 ลูกนั้นก็เป็นเพราะส่วนหนึ่งคือซิมิโอเน่ วางแท็คติกได้ยอดเยี่ยม ตั้งเกมรับ รับมือกับลิเวอร์พูลได้อย่างมีวินัย และได้ประตูเร็วจากจังหวะโชคดีบอลกระดอนมาให้ยิงตั้งแต่ต้นเกม กับอีกส่วนนึงคือเป็นเพราะนักเตะลิเวอร์พูลบางคนยังอ่อนประสบการณ์ในการเจอเกมที่กดดันทั้งในสนามและข้างสนาม

แต่คิดว่าพวกเขาน่าจะเล่นแบบไร้ความกดดันในนัดที่สองที่แอนฟิลด์ และโชว์ฟอร์มเหนือกว่าไล่บดตลอดเกมตามสไตล์แน่นอน แล้วอาจจะมีแถมการใช้ศาสตร์มืดหรือ Dark football กลับด้วย

[ โดย. โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]

C. fanpage : ตำนานบอล

วัฒนธรรมก้มหน้าใช้มือถือ ของนักเรียนในญี่ปุ่น

“สังคมก้มหน้า” มีมาหลายปีแล้วนับตั้งแต่โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นการสื่อสารหลักของผู้คนเกือบทั่วโลก

ช่วงแรกๆ ผู้คนยังไม่ค่อยชินกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม หลายคนออกมาต่อว่าตำหนิการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะคนจำนวนมากที่เริ่มใช้โซเชียลมิเดีย จะมีอาการติดงอมแงม ก้มหน้าไม่สนใจไม่พูดจากับใคร แต่พอผ่านไปหลายปีผู้คนก็เริ่มปรับตัวได้ ทั้งคนที่ใช้มือถือและคนรอบข้าง รู้จักจัดเวลา รู้จักแยกสมาธิมากขึ้น

ช่วงหลังคนเริ่มแบ่งเวลาเป็น ว่าเมื่อนั่งอยู่กับคนอื่นที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ ก็อย่าพึ่งก้มหน้าใช้มือถือ

อย่างไรก็ตาม บางสังคมยังคงใช้ผิดที่ผิดเวลา หรือใช้มากจนเกินไป อย่างสังคมของนักเรียนในญี่ปุ่น ที่ก้มหน้าดูมือถือกระทั่งเวลาที่กำลังเดิน หรือขณะโดยสาร อาจเป็นเพราะความมีระเบียบของบ้านเมืองส่วนนึงที่ออกแบบจัดวางเส้นทางสัญจรทุกอย่างเรียบร้อย แต่ถ้าเป็นเมืองไทยคงได้มีเดินตกหลุมตกท่อเป็นแน่

ในอนาคตเชื่อว่าเราจะมีเทคโนโลยีที่สะดวกในการดูหน้าจอ ดูสิ่งที่ต้องการ ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน ก็เหมือนกับสมัยที่ “ทีวี” เริ่มมีใช้ในสังคมวงกว้าง ผู้คนก็เปิดทีวีแก้เหงาควบคู่ไปกับการทำกิจวัตรในบ้าน

มันเป็นอย่างนี้นี่เอง : GM ลงทุน 2.2 พันล้านเหรียญสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกา, จ้างงานเพิ่ม 2,200 คน

บริษัท GM (General Motors) จำกัด ได้ทำการปฏิรูปโรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองดีทรอยต์-แฮมแทรมซีเค, ประเทศอเมริกาซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 35 ปีให้กลายเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% (รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเดียว) โดยมีกำหนดการแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้

GM มีแผนที่สร้างรถยนต์ไฟฟ้าต่างๆ ดังนี้
รถกระบะไฟฟ้า
รถ SUV ไฟฟ้า
รถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับ Cruise Origin


GM ได้สร้างกำหนดการทุกอย่างเอาไว้ตั้งแต่ต้นปี 2562 ที่ผ่านมาแล้ว และเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในปีนี้ โรงงานแห่งนี้เคยใช้ผลิตรถยนต์ plug-in hybrid รุ่น Volt และรถยนต์ Cadiilac CT6 มาก่อนด้วย ซึ่งตอนนี้ปิดไลน์ผลิตไปหมดแล้วเพราะต้องการเปลี่ยนไปผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งโรงงาน

ณ ปัจจุบันนี้ โรงงานผลิตรถยนต์ในเมืองดีทรอยต์-แฮมแทรมซีเคนี้มีพนักงานมากกว่า 900 คนโดยพวกเค้าเหล่านั้นกำลังจะถูกพักงานภายในอาทิตย์หน้านี้ เนื่องจาก GM จะสั่งปิดปรับปรุงไลน์ผลิตของโรงงานแห่งนี้ให้กลายเป็นไลน์ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด หลังจากนั้นจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 2,200 คนแน่นอน


ทั้งนี้ทั้งนั้น GM วางเป้าว่าจะคลอดรถกระบะไฟฟ้าคันแรกจากโรงงานแห่งนี้ภายในฤดู fall (ต้นเดือนสิงหาคม)นี้อีกด้วย

ท่านประธานมาร์คแห่ง GM ได้แถลงการเกี่ยวกับเรื่องเซ็นสัญญาจ้างงานเพิ่ม 2,200 ตำแหน่งกับ Union Auto Workers และการที่ GM เปลี่ยนยุทธศาสตร์ของบริษัทตนเองไปลุยสร้างรถยนต์ไฟฟ้า 100% แบบเต็มตัว โดยท่านประธานได้ย้ำว่า “electric vehicles (BEVs) are no longer a “hobby” at GM.” หรือแปลว่า เราจะจริงจังกับการสร้างรถยนต์ไฟฟ้าแบบถึงพริกถึงขิงแน่นอน


หมายเหตุ : คำว่า hobby แปลว่า งานอดิเรก ซึ่งตรงนี้ผมไม่สามารถแปลตรงตัวได้เลย แต่อย่างจะบอกว่า จริงๆ ที่ผ่านมา GM มองรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเพียงของเล่นหรือการสร้างเพื่อประดับบารมีบริษัท แต่มารอบนี้พี่แกจัดหนัก เปิดงานแถลงแบบยิ่งใหญ่ไปเลยครับ

ที่มา : ‎http://blink-drive.com/index.php/2020/02/18/gm-invest-2-2-billion-dollars/


ข่าวต้นทาง(ภาษาอังกฤษ) : ‎https://www.forbes.com/sites/samabuelsamid/2020/01/27/gm-to-invest-22b-to-make-only-evs-at-detroit-factory/#3dab581a75be

ผมเห็นข่าวนี้แล้วไม่แปลกใจอะไรที่ทาง GM ถึงได้เลิกผลิตและขายรถในไทยและแถบเอเชีย เท่ากับว่าในขณะนี้ก็จะมี GM กับ Volkswagen ที่พัฒนาตัวเองเข้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งผมคิดว่า CEO ของทั้งสองบริษัทได้ปรับตัวเพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่แต่ล้มไปอย่าง Nokia หรือ Kodak เป็นแน่

C. pantip : nopick

เมื่อแมนซิตี้จะถูกแบนฟุตบอลยุโรป 2 ปี

ผิดกติกามาหลายปี แบนแค่ 2 ปี สุดแสนคุ้ม

จากกรณีที่ UEFA ประกาศว่าจะมีการแบนแมนซิตี้ 2 ปี เพราะทำผิดกฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ (FFP) ที่มีไว้ป้องกันพวกเศรษฐีเอาเงินนอกระบบของสโมสรมาสร้างทีม

ก่อนพูดถึงโทษแบนของแมนซิตี้ ขอย้อนไปถึงอดีตทีมใหญ่อย่างลิเวอร์พูลยุค 80 ที่ถูกแบนฟุตบอลยุโรป จนเป็นเหตุทำให้ทีมตกต่ำ

ลิเวอร์พูลถูกแบนจากการเล่นฟุตบอลยุโรป 6 ปี โดยที่ทางสโมสรไม่ได้โกง ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย แต่เกิดเหตุแฟนบอลตีกันจนอัฒจันทร์พังลงมาแล้วมีคนตาย 39 คน ก็เหมือนเป็นการลงโทษแฟนๆแบบเหมารวม แล้วก็หาแพะที่จะมารับผิดชอบ ซึ่งกลายเป็นทุกสโมสรในอังกฤษต้องรับโทษไป เป็นการตัดสินแบบเหวี่ยงงวงของ UEFA

นัดชิงชนะเลิศยูโรเปียน คัพ (UCL) ปี 1985 แฟนลิเวอร์พูลตีกับแฟนยูเวนตุส มีการสืบว่าฮูลิแกนจากอังกฤษเริ่มก่อน จึงมีการแบนลิเวอร์พูล 6 ปี และแบนทีมจากอังกฤษทุกทีม 5 ปี

ซึ่งกับทีมอื่นนั้นไม่ค่อยมีผลกระทบ แต่ลิเวอร์พูลซึ่งกำลังชิงความเป็นเจ้ายุโรปเวลานั้น เป็นแชมป์ยุโรปมา 4 สมัยและเป็นทีมหมายเลขหนึ่งของลีกอังกฤษ พอไม่ได้เล่นบอลยุโรป ทีมก็ค่อยๆดิ่งลงทีละนิด ยังคงได้แชมป์ลีกบ้างและ FA บ้าง แต่ไม่ใช่ทีมเกรดท็อปของยุโรปเหมือนเดิมเพราะการห่างร้างจากเวที

และพอเข้ายุค 90 ก็ไม่ได้แชมป์ลีกอีกเลย ซ้ำร้ายเมื่อซูเนสส์เข้ามาคุมทีมก็ซื้อแต่นักเตะเกรด B กับใช้การปั้นเด็ก ยังดีที่ว่ามีเด็กปั้นชั้นดีอยู่หลายคน ทำให้ทีมเกาะอยู่อันดับท็อปได้ตลอดแต่ไปไม่สุด แล้วก็อยู่แบบนี้มา 20 กว่าปี ปั้นเด็กกับซื้อนักเตะเกรด B

ทีนี้มาดูทางแมนซิตี้เวลานี้ มันต่างกันตรงที่ ตัวสโมสรทำผิดกติกาเอง แต่ถูกแบนแค่ 2 ปี ก็เพราะว่ามันไม่มีโศกนาฏกรรมอะไร

กฎ FFP มีไว้เพื่อควบคุมไม่ให้ทีมไหนเอาเปรียบโดยใช้เงินนอกสโมสรมาทุ่มซื้อนักเตะ หรือมาให้ค่าจ้างนักเตะแพงๆ ซึ่งตามจริงแบบนั้นจะทำให้มันมีรายจ่ายเกินรายรับ ในทางธุรกิจถือว่าสโมสรเจ๊ง แต่สำหรับทีมพวกนี้คือเศรษฐีเจ้าของทีมไม่ได้สะทกสะท้านอะไร

บางสื่อรายงานว่า แมนซิตี้มีการแจ้งรายรับเกินจากที่ได้จริง ก็คือมีการเอาเงินนอกไม่มีที่ไปที่มา เช่นจากบริษัทซึ่งเป็นคนใกล้ชิดมาสปอนเซอร์ทีม ในมุมของเจ้าของ เขาอาจมองว่าทีมของเขา เขาจะทำอะไรก็ได้ ไม่ได้มาสูบเลือดเอากำไรเหมือนของทางแมนยู

ของแมนซิตี้ เจ้าของไม่ได้มาเอากำไร ยอมมาเสียตังสนุกๆ เพื่ออยากเห็นทีมตัวเองได้แชมป์เยอะๆ แต่ทีนี้มันผิดกติกาฟุตบอล ผิดกติกาที่สมาคมเขาวางเอาไว้

ในสนามมีกฎกติกา ถ้านักเตะเล่นนอกกติกาก็มีโทษ ฉะนั้นเรื่องของการบริหารทีมมันก็มีกติกา ไม่ให้ใครใช้เงินมาเอาเปรียบทีมอื่น

ซึ่งมันก็น่าคิดว่า ไอ้การที่แมนซิตี้ประสบความสำเร็จคว้าถ้วยเป็นกอบเป็นกำมาหลายปีตั้งแต่เศรษฐีรายนี้มาซื้อทีม หรือเริ่มนับตั้งแต่ที่มีกฎ FFP นี้ก็ได้ ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จโดยทำผิดกฎ เล่นนอกกติกาของทางสมาคม แบบนี้ควรจะต้องชดใช้มากน้อยแค่ไหน ?

เคยมีกรณีของยูเวนตุสที่โกงในบอลลีก มีโทษถึงขั้นถูกปรับตกชั้น นั่นแค่ทำผิดฤดูกาลเดียว ตอนนี้มีแว่วๆมาว่าสมาคมฟุตบอลอังกฤษอาจจะพิจารณาความผิดของแมนซิตี้ แล้วมีโทษถูกตัดคะแนน (นี่แค่เป็นการหารือ ยังไม่ใช่ข้อสรุป)

ซึ่งถ้าลองมาดูโทษตัดคะแนน ถ้าเป็นฤดูกาลนี้ถือว่าไม่มีผลกระทบอะไรเลย เพราะทีมไม่ได้ไป UCL อยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นการตัดคะแนนฤดูกาลหน้าถึงจะมีผลกระทบ

แล้วก็โทษปรับเงิน 30 ล้านยูโร พอๆกับเสียตังซื้อนักเตะคนนึง ไม่ใช่เรื่องสะเทือนการเงิน ส่วนโทษแบน 2 ปีถือว่าน้อยมาก แต่อย่างไรก็ตาม มันจะใหญ่หลวงถ้าโชคไม่เข้าข้าง เช่น นักเตะหมดใจ, แพแตก, กุนซืออยากย้าย แบบนี้คือจบ แต่ถ้าไม่ออกหน้านี้ ในทีมไม่มีปัญหาอะไร นักเตะกับเป๊ปไม่มีปัญหา แบบนี้ก็เหลือแค่เรื่องไม่มีรายได้จากการเตะ UCL ซึ่งไม่มีผลอะไรมากกับทีมรวยๆ

[ โดย. โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Stroke)

โรคหลอดเลือดสมอง ส่วนใหญ่มักเกิดจากหลอดเลือดสมองอุดตันหรือตีบตัน ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดอาการของอัมพฤกษ์ อัมพาต

โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น มีโรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงภาวะอ้วนลงพุง ผู้ที่สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

อาการเตือน… ที่ต้องรีบนำผู้ป่วยมาพบแพทย์ซึ่งสังเกตได้จากอาการที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทันที เช่น

* พูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือพูดไม่รู้เรื่องทันทีทันใด
* แขนขาใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก ชาหรือขยับไม่ได้ขึ้นมาทันทีทันใด
* ตาข้างใดข้างหนึ่งมัว หรือมองไม่เห็น เห็นภาพซ้อนหรือมีอาการคล้ายม่านบังตาแบบฉับพลัน
* ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันแบบไม่เคยเป็นมาก่อน อาจมีอาการอาเจียนรุนแรงร่วมด้วย
* มึนงงเวียนศีรษะหรือเสียการทรงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดร่วมกับอาการอื่นๆ ข้างต้น

ดังนั้น หากคุณหรือผู้ใกล้ชิดมีอาการผิดปกติดังกล่าวข้างต้น อย่าได้นิ่งนอนใจให้รีบมาพบแพทย์โดยด่วนเพื่อจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรักษาได้ทันท่วงที ถึงแม้ว่าบางครั้งอาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นแบบชั่วคราว และดีขึ้นเองได้

โรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่แพทย์ต้องรีบให้การรักษา ซึ่งการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบเฉียบพลัน สามารถทำได้ภายในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม และต้องมาถึงมือแพทย์ภายใน 4.5 ชั่วโมง เพราะหากนานเกินกว่านั้นจะมีโอกาสสูงที่กล้ามเนื้อสมองจะตาย และส่งผลให้มีปัญหาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนขา และการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้เป็นปกติ นำไปสู่ภาวะอัมพฤกษ์-อัมพาตในที่สุด

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่ระยะเวลาที่เกิดอาการ ก่อนเกิดอาการ และส่งเข้ารับการตรวจเพิ่มเติมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ อาทิ การทำอัลตร้าซาวด์หลอดเลือดคอหรือหลอดเลือดสมอง เอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อประเมินอาการและรับการรักษาตามกระบวนการทางแพทย์ เช่น การให้ยาละลายลิ่มเลือด หรือใช้วิธีลากลิ่มเลือดที่อุดตันออกมา ซึ่งจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ที่รักษาเป็นสำคัญ

C. pantip : Ram Hosp

ผ่านเหตุการณ์ยิงกราดโคราชไป 7 วัน เกิดเหตุรุนแรงตามมา 2 เหตุการณ์


เหตุการณ์แรกเป็นการกราดยิงจากความเครียด
เหตุการณ์ต่อมาเป็นการยิงเพื่อล้างแค้นส่วนตัว เหมือนคดีอาชญกรรมทั่วไป แต่มันไม่ปกติ มันแตกต่างตรงที่ผู้ต้องหาใช้อาวุธสงคราม คือ M16

แน่นอนว่าสังคมเราไม่ต้องการอยู่แบบรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย รู้สึกเกลียดหรือหวาดกลัวมนุษย์ซะเอง (ซึ่งการเกลียดมนุษย์นี่ก็เป็นความป่วยอย่างนึงที่ติดเชื้อกันได้)

เป็นไปได้สูงว่า ภายในช่วง 2 ปีนี้ จะเกิดเหตุลักษณะแบบเดียวกันต่อผู้บริสุทธิ์อีก ผมไม่ได้อยากให้เกิดนะ แต่จะบอกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นโรคที่มีอยู่จริงในสังคม

กระทู้ก่อนผมเสนอความคิดแบบต่างมุมออกไปว่าทฤษฎี “ไม่เผยชื่อกับหน้า” มันไม่ได้ช่วยป้องกันการเลียนแบบพฤติกรรม

คำนี้มันก็มีนัยยะในตัวของมันอยู่แล้วครับ
–> “เลียนแบบพฤติกรรม” ไม่ใช่เลียนแบบชื่อและใบหน้า

เมื่อมีการได้ยินข่าวว่าเกิดเหตุการอะไร ?เพราะอะไร ? เมื่อเรื่องราวมันไปสะกิดคนที่อยู่ในภาวะเดียวกันคือ เครียด, เจ็บปวด, ไม่มีอะไรจะเสีย, ไร้เมตตาปรานี พอมีทุกประการเหล่านี้ครบ เขาจะกล้าที่จะทำในสิ่งที่มีคนเคยทำไว้แล้วทันที เขาไม่สนหรอกครับว่า ต้นแบบของเขาชื่ออะไร หน้าตาแบบไหน

แต่ในทางตรงข้าม สมมุติสื่อเผยชื่อและเผยหน้าคนร้าย แล้วรายงานว่าเนี่ย คนนี้ก่ออาชญากรรม หรือคนร้ายยิงคน จบ แล้วก็ไม่ลงรายละเอียด ตรงเนี้ยครับจะลดประเด็นการเลียนแบบพฤติกรรมไปได้เลย

ผมไม่ปฏิเสธว่าการงดเผยชื่อและหน้า มันทุเลาความป่วยของสังคมลงได้ เพราะบางคนก็อยากมีตัวตน เรียกร้องความสนใจ อันนั้นจริง แต่ผมคิดว่าคนจะก่ออาชญากรรมส่วนมากไม่ได้เรียกร้องความสนใจ

มันมีเหตุที่มา และมีผลอยู่ประมาณนี้

1. ความเจ็บปวด
2. การถูกข่มเหง
3. การแก้แค้นต่อคนที่ข่มเหง
4. การเหมารวมเกลียดมนุษย์ และส่งต่อความเจ็บปวดให้คนไม่เกี่ยวข้อง
5. ความอยากมีตัวตน หรือเรียกร้องให้สังคมรับรู้

คือถึงจะไม่มีข้อ 5 แต่มันมีข้อ 3 ข้อ 4 ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งอาชญากรรมส่วนมากที่เกิดขึ้นจะมีแค่ 3-4 ข้อนี้ครับ นานๆทีหลายปีหนถึงจะมีคนร้ายที่ต้องการในข้อ 5

แต่ที่ผมอยากบอกถึงวิธีนึง ซึ่งคงเป็นไปไม่ได้ แต่มันจะช่วยลดอาชญากรรมลงได้จริง ลดเหตุร้ายได้จริง นั่นก็คือ การลดการรายงานข่าวอาชญากรรม หรืองดรายงานไปเลย

ดูซิว่า เราจะความรู้ด้อยลงมั้ย ?  เราจะสติปัญญาไม่พัฒนารึเปล่า ที่ไม่ได้ยินข่าวอาชญากรรมเลย ไม่รู้ว่าใครฆ่าใคร ใครฆ่าเพราะอะไร ยิงกันที่ไหน ?

ผมเชื่อว่า เราไม่โง่ลงแน่นอนครับ แต่ตรงข้ามเลย คือผู้คนจะมีจิตใจแจ่มใสขึ้นด้วยซ้ำไป ไม่ต้องมาหวาดกลัวหวาดระแวงกลัวเหตุร้าย หรือเวลาเคียดแค้นก็ไม่มีเหตุการณ์อะไรให้มาเลียนแบบ

อันนี้เป็นแนวคิดสร้างโลกสวยครับ แต่ความเป็นจริงผมรู้ว่า มันเป็นได้ยากอย่างที่บอกไป สื่อต้องการขายข่าว และข่าวที่ขายดีคือเรื่องอาชญากรรม เรื่องความรุนแรงนี่แหละ

C. pantip : ตา o

วิธี “แก้เผ็ด” พวกที่ชอบยกมือถือถ่ายคลิปแฉคนอื่น

1. หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายด้วยเลย เขาถ่ายคุณ คุณถ่ายเขา ใครผิดถูกอย่าพึ่งสนก่อนเพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย แต่คุณต้องเซฟตัวเอง เอาขึ้นมาถ่ายเลย ทีนี้จะคุยอะไรก็คุยไป แล้วมันช่วยให้คุณคุมสติตัวเองได้ด้วย

2. เมื่ออีกฝ่ายมีการเอาไปโพสต์แฉ ให้แจ้งความดำเนินคดีข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตรงนี้สำคัญมาก ต้องจำไว้ว่าไม่ว่าคุณทำผิดหรือถูก ฟ้องหมิ่นประมาทได้หมด กฎหมายไม่อนุญาตให้ใครเอาลมปากมาทำลายคุณได้

< ควรใช้ทนายฟ้องครับ ถ้าไม่รู้ขั้นตอนแล้วฟ้องเองมักไม่คืบหน้า และหลายคนเข้าใจผิดว่าหมิ่นประมาทคือต้องใส่ร้ายเท่านั้น ไม่ใช่ครับ หมิ่นประมาทคือทำให้เสื่อมเสีย ส่วนถ้าใส่ร้ายนั้นโดนเพิ่มอีกข้อหาจาก พรบ.คอม >

ตรงนี้เป็นการแก้เผ็ดที่สำคัญมาก ยังไงต้องมีการฟ้อง คนชอบแฉหรือคนชอบหาพวกมาเข้าข้าง หายซ่าทุกรายเมื่อโดนฟ้อง ถึงโพสต์โดยไม่ได้ด่าว่าอะไรคุณ แต่การโพสต์ส่งผลให้คุณเสื่อมเสียอับอาย ตรงนี้เป็นทั้งคดีแพ่งและอาญา

ส่วนการที่เขาโพสต์ก่อน แล้วคุณโพสต์ทีหลังอันนี้ไม่ต้องกลัวโดนฟ้องกลับ เพราะเป็นการป้องกันหรือแก้ต่างตัวเอง แต่ต้องระวังคือห้ามด่า ควรเลี่ยงการพาดพิงอีกฝ่าย ให้ลงประมาณว่า “เหตุการณ์นี้ จากกล้องฝ่ายผมครับ” อะไรแบบนี้

C. pantip : ตา o

“กาก้า” ชี้นักเตะที่เก่งที่สุดในโลกคือ : อลีสซง, ฟาบินโญ่, ซัวเรส, ฟีร์มิโน่

ริคาร์โด้ กาก้า ตำนานมิลาน และบราซิลชุดแชมป์โลก ได้แสดงความคิดเห็นผ่าน Sky Sports ว่า

“ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่ผมสนุกกับการดูมากที่สุด มันสุดยอดที่ได้เห็นทีมที่เล่นแบบนี้ การแข่งขันชิงชัยในพรีเมียร์ลีกมันเป็นอะไรที่ยากมากๆ กับการมีฤดูกาลแบบนี้ พวกเขาอยู่ในฟอร์มที่ดีมากๆ มีโค้ชที่เก่งที่สุด และมีนักเตะที่สุดยอดมาก”

“เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นจอมริเริ่มสิ่งใหม่ เขาไม่เคยกลัวกับการลองทำสิ่งที่แตกต่าง ผมชอบดูเกมแล้วชอบเปรียบเทียบรูปแบบของเกม ระหว่างลีกต่างๆ เรามีเกมให้ดูทางถ่ายทอดสดมากมายในบราซิล รวมทั้งพรีเมียร์ลีก ซึ่งผมมีโอกาสได้ดูมากสุดเวลาผมอยู่ที่บราซิล”

ตำนานเอซีมิลาน ยังได้กล่าวชมรุ่นน้องร่วมชาติต่ออีกว่า

“อลีสซง เป็นผู้รักษาประตูที่เก่งที่สุดในโลกเวลานี้ ส่วนฟาบินโญ่ ก็เป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ขณะที่ ฟีร์มีโน่ก็เช่นกัน สำหรับผมแล้ว ฟีร์มีโน่ กับหลุยส์ ซัวเรซ เป็นกองหน้าที่เก่งที่สุดของโลกในเวลานี้”

“คุณคงได้เห็นการเล่นของฟีร์มีโน่ เขาเข้าใจกับตำแหน่งของตัวเองในสนาม เขาเคลื่อนย้ายตำแหน่งได้เยี่ยม เขาไม่ใช่กองหน้าที่อยู่ในกรอบเขตโทษตลอดเวลา เขาลงมาล้วงบอลลึกและสร้างสรรค์ได้ สำหรับผมในฐานะที่เป็นคนบราซิล มันเป็นเรื่องดีมากๆ ที่ได้เห็นนักเตะบราซิลไปประสบความสำเร็จในพรีเมียร์ลีก”

. . .

สำหรับการให้คะแนนหรือการตัดสินความเก่งของนักเตะ มันดิ้นได้ มันมองมุมต่างกันได้ไม่มีตายตัว เพราะนักเตะมีหลายสไตล์ หลายแนวทางการเล่น

ส่วนที่กาก้าพูดมานั้น ผมเห็นด้วยทุกประการ จริงอยู่ว่าเขาเชียร์คนบราซิลด้วยกัน แต่มันก็ไม่ใช่การอวยเกินจริง

สำหรับผู้รักษาประตูระดับโลกเวลานี้ เช่น อลีสซง, ดาบิด เดเคอา, มานูเอล นอยเออร์ ฟอร์มและผลงานเวลานี้ “อลีสซง” ถือว่าทำได้ดีที่สุด ไม่ใช่เฉพาะตอนเล่นกับลิเวอร์พูลที่มีกองหลังเหนียว แต่เล่นในทีมชาติบราซิลเขาก็โชว์ฟอร์มดีสุด คลีนชีทเยอะสุดทั้งบอลลีกและทีมชาติ มีรางวัลทุกรายการ ทั้งบอลทวีป, บอลสโมสร, ยูฟ่า, ฟีฟ่า, และของบัลลงดอร์

ไม่ใช่ว่าเขาจะมีปฏิกิริยาปัดบอลได้ไวกว่าใคร แต่เขาเก่งเรื่องทักษะการอ่านเกม การอ่านทางบอล การยืนตำแหน่ง ทำให้กองหน้าเล่นยาก และทำให้เขาเซฟง่ายตลอด ทำจังหวะอันตรายให้กลายเป็นธรรมดาไปหมด

ส่วนสำหรับ “ฟาบินโญ่” นั้น กาก้าไม่ได้บอกว่าเก่งที่สุด แต่เป็นกองกลางที่เก่งที่สุดคนนึง (ในหมู่ตัวท็อปหลายคน) คือเขามีดีคนอย่างกับเฮนเดอร์สัน, เดอ บรอยน์, หรือแฟร์นันดินโญ่

และสำหรับตำแหน่งกองหน้า ผมเห็นด้วยว่าปีนี้ไม่ใช่โรนัลโด้, ไม่ใช่กุน อเกวโร่, ไม่ใช่เลวานดอฟสกี้, และไม่ใช่เอ็มบัปเป้ ที่เป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ผมว่าคือ “ฟีร์มิโน่” นี่แหละ เก่งที่สุดและโชว์ฟอร์มเฉิดฉายที่สุด ส่วน “หลุยส์ ซัวเรส” นั่นเขาระดับโลกมานานแล้ว โดยเฉพาะเป็นเบอร์หนึ่งในการจบสกอร์

ถ้าให้จัดอันดับ 3 กองหน้าลิเวอร์พูล
ผมคิดว่า ฟีร์มิโน่ อันดับ 1, มาเน่ อันดับ 2, ซาล่าห์ อันดับ 3

โดยทั้ง 3 คนนี้สำคัญทุกคน ขาดไม่ได้ มีสกิลคนละด้าน และมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน ซึ่งทั้ง 3 คนนี้มีเอกลักษณ์ของตัวเอง เรียกว่าไม่ซ้ำใครในโลก แต่พอมาอยู่ด้วยกันแล้วมันลงตัวเข้ากับระบบของทีมดี

และแน่นอน คล็อปป์เป็นกุนซือที่คิดค้นแท็คติกใหม่ๆมาลองใช้เสมอ เพราะเกมฟุตบอลทุกวันนี้เขี้ยวลากดิน ถ้าหยุดอยู่กับที่ไม่ยอมคิดริเริ่ม ก็ไม่มีทางสำเร็จได้ง่ายๆ มีแต่จะดิ่งลงและโดนคนอื่นแซง

[ โดย. โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

พรีเมียร์ผ่านไป 25 เกม ลิเวอร์พูลทุบสถิติเพียบ (ฤดูกาล 2019-20)

⚽ ลิเวอร์พูล กับสถิติใหม่วงการลูกหนัง
ในนัดที่ 21, 22, 24, 25 🥇

🎯 ในนัดที่ 21
ลิเวอร์พูลทำแต้มสูงสุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป

โดยผ่านไป 21 เกม ลิเวอร์พูลชนะ 20 เสมอ 1 มี 61 แต้ม สูงสุดใน 5 ลีกที่แข็งที่สุดของยุโรป คือลีกอังกฤษ, สเปน, อิตาลี, เยอรมัน, ฝรั่งเศส
. . .

🎯 ในนัดที่ 22
ลิเวอร์พูลทำสถิติเป็นทีมแรกของพรีเมียร์ลีก ที่ชนะทีมอื่นครบทุกทีม และเป็นทีมที่ 2 ในลีกสูงสุดต่อจาก “เปรสตัน นอร์ธ เอนด์”

ใน 27 ปีที่ลีกสูงสุดอังกฤษเปลี่ยนเป็นพรีเมียร์ลีก ยังไม่มีทีมไหนเคยชนะทีมอื่นครบทุกทีม แต่ลิเวอร์พูลเป็นทีมแรกที่ชนะทีมอื่นทั้ง 19 ทีมในลีก

ซึ่งถ้านับลีกสูงสุดอังกฤษ ลิเวอร์พูลทำสถิติชนะครบทุกทีมในลีกเร็วที่สุด ซึ่งในรอบ 130 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีทีมไหนชนะทีมอื่นครบทุกทีม หลังจากที่ “เปรสตัน นอร์ธ เอนด์” เคยทำไว้ในฤดูกาล 1888-1889 ในชื่อฟุตบอลดิวิชั่น 1 (ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่ก่อตั้งฟุตบอลลีก)

โดยปีนี้ลิเวอร์พูลทำลายสถิติที่เปรสตันทำไว้ ซึ่งเปรสตันชนะครบทุกทีมในวันที่ 9 ก.พ. 1889 ส่วนลิเวอร์พูลทำสถิติชนะครบทุกทีมตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. 2020 ที่เอาชนะเวสต์แฮม 2-0

และลิเวอร์พูลสถิติเหนือกว่าเปรสตัน จาก 22 นัด
ในฤดูกาล 1888-89 เปรสตันแข่ง 22 นัด ชนะ 18 เสมอ 4 นัด ไม่แพ้ใคร
ส่วนลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2019-20 แข่ง 22 นัด ชนะ 21 เสมอ 1 ไม่แพ้ใคร
. . .

🎯 ในนัดที่ 24 ของลีกอังกฤษ
(ตรงกับลีกประเทศอื่นนัดที่ 20 – 23)
ลิเวอร์พูลทำสถิติคะแนนห่างรองจ่าฝูงอีก 4 ลีกใหญ่รวมกัน โดยลิเวอร์พูลมี 70 แต้ม ทิ้งห่างแมนซิตี้ 19 แต้ม (แมนซิตี้มี 51 แต้ม)

ซึ่งคะแนนห่างมากกว่า 4 ลีกรวมกันคือสเปน (จ่าฝูงนำ 3 แต้ม), อิตาลี (จ่าฝูงนำ 1 แต้ม), เยอรมัน (จ่าฝูงนำ 1 แต้ม), ฝรั่งเศส (จ่าฝูงนำ 12 แต้ม) รวมกันเท่ากับห่าง 17 แต้ม
. . .

🎯 ในนัดที่ 25
ลิเวอร์พูลทำสถิติคะแนนนำรองจ่าฝูงมากที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งฟุตบอลลีก 131 ปี โดยลิเวอร์พูลนำแมนซิตี้รองจ่าฝูง 22 คะแนนเป็นประวัติศาสตร์
ลิเวอร์พูลมี 73 แต้ม
แมนซิตี้มี 51 แต้ม

นอกจากนี้ลิเวอร์พูลทำสถิติชนะในบ้านติดกันสูงสุดของลีกอังกฤษ โดยทำลายสถิติของตัวเอง

เดิมทีอันดับ 1 เป็นของ “บิล แชงคลี่” พาลิเวอร์พูลชนะในบ้านติดกัน 21 เกม ในปี 1972
อันดับ 2 เป็นของ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” พาแมนซิตี้ชนะในบ้านติดกัน 20 เกม ในปี 2018

ซึ่งตอนนี้ “เจอร์เก้น คล็อปป์” ชนะในบ้านติดกัน 21 เกม เทียบเท่าของบิล แชงคลี่ และทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่า (แมนซิติ้) ลงไปอยู่อันดับ 3

ผ่านไป 25 เกม พรีเมียร์ลีกปีนี้จัดให้มีการพักหนีหนาว และกำลังจะมาเปิดเวทีกันต่อ ซึ่งจบฤดูกาลต้องมารอดูว่าจะมีสถิติอะไรเกิดขึ้นอีก แล้วจะมีบทสรุปบันทึกจารึกอย่างไร

C. fanpage : ตำนานฟุตบอล

โหนเหตุการณ์ โจมตีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามได้ทุกเรื่อง

มีฝุ่น PM 2.5 หาเรื่องด่านายก, มีโรคระบาดจากจีน หาเรื่องด่านายก, มีคนคลั่งยิงกราดฆ่าคน หาเรื่องด่านายก

สมัยรัฐบาลปูมีน้ำท่วมภาคกลาง ฝ่ายตรงข้ามก็ด่านายกปู สมัยรัฐบาลตู่มีน้ำท่วมอีสาน ฝ่ายตรงข้ามก็ด่านายกตู่

หลัง คสช.ปฏิวัติ มีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนคือ กลุ่ม CP และ คาราบาว

หลัง รสช.ปฏิวัติ มีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนคือ ชินวัตร ได้สัมปทานดาวเทียม

ตกลงใครหรือที่ต่อต้านรัฐประหาร ?

รัฐบาลชาติไหนหรือที่สนับสนุนประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ ?

สหรัฐบอกว่าไม่สนับสนุนประเทศเผด็จการ แต่กลับต่อต้านรัฐบาลมอร์ซีของอียิปต์ที่มาจากการเลือกตั้ง และสนับสนุนอัลซีซี รัฐบาลเผด็จการอียิปต์ เพียงเพราะเชื่อฟังอเมริกา

ในโลกของการเมืองไม่มีใครดีหรอก ทุกคนต่างฉวยโอกาสหาประโยชน์ และฉวยโอกาสโจมตีโค่นคู่แข่งทั้งสิ้น

ผู้คนล้มตาย ฝ่ายนึงพยามเอาหน้าสร้างชื่อจากความตายของคน กับอีกฝ่ายนึงพยามอาศัยความตายของคนมาโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น