❓เราจะแยกแยะอย่างไรว่านักเตะคนไหน
“เล่นเพื่อทีม” หรือ “ไม่เล่นเพื่อทีม” ❓

เป็นสีสันของฟุตบอลอย่างนึงก็คือการที่จะมีแฟนบอลออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งบวกและลบต่อนักเตะ ทั้งของทีมอื่นและทีมที่ตัวเองเชียร์
บางครั้งมันเป็นการวิจารณ์ติชมเพื่อก่อประโยชน์และการแก้ไข และบางครั้งมันก็เป็นการวิจารณ์ด่าทอเพียงเพื่อระบายโทสะและไร้ซึ่งเหตุผล
มันมีมุมมองความคิดที่เลยเถิดเกินจริง อย่างกรณีของโม ซาล่าห์ที่บางนัดเขาจะมีอาการเหมือนหวงบอลมากไป อยากจะหาจังหวะเข้าทำประตูเอง ทำให้มีแฟนๆบางคนในโซเชียลถึงกับออกมาขับไล่ ทั้งที่ซาล่าห์ช่วยทีมประสบความสำเร็จมากมาย แล้วก็มีคนที่แสดงความคิดเห็นแบบไร้ตรรกะเหตุผล เช่น “ไม่เล่นเพื่อทีม”, “เห็นแก่ตัว” หรือ “อยากจะให้ตัวเองได้ดาวซัลโว ไม่สนทีม”
เหล่านี้เป็นความเห็นที่ไม่เมคเซนส์และไร้ตรรกะอย่างแรง เพราะอะไร ?
- เพราะนักเตะทุกคนในลีกอาชีพบนโลกนี้ ล้วนอยากประสบความสำเร็จร่วมกับทีม มันไม่ใช่บอลข้างถนนตอนเย็นที่คิดว่าทีมแพ้ไม่เป็นไรขอให้ตัวเองยิงได้ก็พอ
- นักเตะทุกคนอยากมีรางวัลส่วนตัว แต่เขารู้ดีว่ารางวัลที่ใหญ่กว่าคือถ้วยเกียรติยศของสโมสร อย่างซาล่าห์เคยได้ดาวซัลโวพรีเมียร์มาแล้ว 2 สมัย ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแอฟริกา 2 สมัย แต่เขายังไม่พอใจหากลิเวอร์พูลไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ ฉะนั้นโยนทิ้งถังขยะไปได้เลยกับคำพูดที่ว่าเขาอยากได้ดาวซัลโวเลยหวงบอล เพราะซาล่าห์กระหายความสำเร็จร่วมกับทีมแน่นอน
ที่นี้มาดูเหตุผลโดยรวม 3 ข้อว่าทำไมนักเตะบางคนถึงหวงบอลอยากยิงเอง
- เป็นความมุ่งมั่นเกินเหตุ มุทะลุเกินไป เหมือนหงุดหงิดตัวเองว่าทำไมทำไม่ได้ซักที พอรู้สึกว่าตัวเองทำผลงานไม่ดี ก็ยิ่งอยากแก้ตัวจนกว่าจะทำได้
- ไม่วางใจเพื่อนร่วมทีม มีนักเตะหลายคนที่เพื่อนร่วมทีมรู้กันดีว่าชอบยิงเองมากกว่าจ่าย อย่างเช่น คริสเตียโน โรนัลโด้ เพราะคิดว่าตัวเองน่าจะยิงได้มากกว่าในจังหวะนั้น
- กุนซือสั่งมาให้ป่วนคู่แข่ง คือให้อิสระในการเลี้ยงเองบ้าง ให้หาจัวหวะยิงเอง แต่บางครั้งนักเตะก็ทำเกินคำสั่งด้วยความติดลม
แต่ทีนี้มันมีไหมกรณีที่ว่า นักเตะไม่เล่นเพื่อทีม ?
คำตอบคือมี ซึ่งไม่ใช่กรณีแบบนี้
มันจะเป็นกรณีที่ว่า
- นักเตะหมดใจให้ทีม
- นักเตะมีปัญหาอยากย้าย
- นักเตะมีปัญหาอยากเพิ่มค่าเหนื่อย
- นักเตะมีปัญหากับกุนซือหรือเพื่อนร่วมทีม
เหล่านี้แหละที่เราจะได้เห็นการ “ไม่เล่นเพื่อทีม” หรือ “เห็นแก่ตัว” เช่นไม่ค่อยมาซ้อม มาไม่ตรงเวลา หรือพอลงแข่งก็ไปก็ทำเป็นไม่อยากวิ่งไม่อยากเล่น อย่างกรณีของอิริคเซ่น ที่เริ่มหมดใจและอยากย้ายทีม หรือกรณีของดาบิด เดเคอา ตอนที่อยากเพิ่มค่าเหนื่อย ก็ทำเป็นไม่อยากเซฟทำเป็นฟอร์มตก จนในที่สุดทางสโมสรต้องให้สัญญาฉบับใหม่
ของลิเวอร์พูลก็เคยมีกรณีแบบนี้เช่น โมเรโน่, บ็อบบี้ ดันแคน, ไคลน์ ซึ่งหมดใจอยากย้ายทีมเพราะไม่ได้ลงเป็นตัวจริง
ทีนี้ย้อนมาดูผลงานของซาล่าห์ ซึ่งปกติบทบาทของเขาคือใช้ความเร็วป่วนแนวรับ และหาจังหวะทำประตู ไม่ใช่นักเตะที่ถนัดเรื่องการจ่ายหรือคีย์พาส แต่เขาก็ยังทำแอสซิสต์มาแล้วหลายครั้ง
สถิติการแอสซิสต์ในพรีเมียร์ ⚽
จากที่ลิเวอร์พูลเล่นไป 23 นัด (ซีซั่น 2019-2020)
อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 10 ครั้ง
โรเบิร์ตสัน 6 ครั้ง
มาเน่ 6 ครั้ง
ซาล่าห์ 5 ครั้ง
ฟีร์มิโน่ 4 ครั้ง
เฮนเดอร์สัน 3 ครั้ง
มิลเนอร์ 2 ครั้ง
[ โดย. โค้ชจั๋ย ศิลปกรรม ]
C. fan page : ตำนานฟุตบอล


















