แมนยูฯ เตรียมคว้าแชมป์จุดโทษเป็นสมัยที่ 2

แชมป์จุดโทษ

ฤดูกาล 2018-19 แมนยูไม่เพียงได้รางวัลสนามหญ้ายอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังครองสถิติได้จุดโทษมากที่สุดอีกด้วย โดยแซงหน้าแชมป์เก่าคริสตัลพาเลซไป ซึ่งแมนยูได้จุดโทษ 12 ครั้ง ยิงเข้า 9 ประตู พลาดไป 3 ประตู

ส่วนฤดูกาล 2019-20 นี้ ผ่านไป 22 นัด แมนยูได้จุดโทษไปถึง 9 ครั้งแล้ว ยึดจ่าฝูงจุดโทษ และมีโอกาสสูงที่จะทำลายสถิติของตัวเองจากฤดูกาลที่แล้วอย่างรวดเร็ว โดยจาก 9 ครั้ง แมนยูยิงจุดโทษเข้า 5 ประตู พลาดไป 4 ประตู

ในขณะที่ลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกที่แข่งช้ากว่าเพิ่งเล่นไป 21 นัด ได้สร้างสถิติใหม่เกิดขึ้นใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปคือสามารถเก็บคะแนนได้ถึง 61 แต้ม (ชนะ 20 เสมอ 1 เกม โดยนัดที่เสมอก็คือเกมที่ไปเยือนบ้านแมนยู) ซึ่งสถิติเดิมเป็นของแมนซิตี้ที่เคยทำไว้ 59 แต้ม

และในเกมที่ 22 ของลิเวอร์พูล ก็คือเกมที่ 23 ของแมนยู จะเป็นการที่สองทีมนี้พบกันที่แอนฟิลด์บ้านลิเวอร์พูล ซึ่งปีศาจแดงแมนยูเพิ่งเรียกฟอร์มเก่งกลับมาชนะนอริช 4-0 พร้อมได้จุดโทษมาหมาดๆ

C. fan page : ตำนานฟุตบอล

กุนซือเชฟฯ ยูไนเต็ด เอ่ยยอมรับยกย่องลิเวอร์พูล หลังจบเกมที่วูล์ฟพ่าย

คำชื่นชมจากคู่แข่ง

  • คริส ไวล์เดอร์ กุนซือ เชฟยูฯ ให้สัมภาษณ์หลังเกมที่ทีมของเขาพ่ายต่อลิเวอร์พูล (1-0) โดยชื่นชมหงส์แดงว่า “พวกเขาชนะบอลจังหวะแรก เก็บบอลจังหวะสองได้ พวกเขาวิ่งบุกไปข้างหน้าแล้วก็วิ่งกลับมาตั้งรับ พวกเขาไม่มีความหยิ่งทะนงว่าพวกเขาเก่งกว่าเรา ซึ่งพวกเขาสามารถทำเช่นนั้นได้ ในฐานะแชมเปียนส์โลก ผมโคตรชอบทุกอย่างของทีมนี้เลยว่ะ ให้ตายเถอะ”

คริสไวล์เดอร์กล่าวแสดงความประทับใจที่มีต่อหงส์แดงหลังที่ทีมของเขาพ่ายแพ้ในถิ่นแอนฟิลด์

“พวกเขาโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยม สามารถเอาชนะบอลในจังหวะแรกและจังหวะสอง พวกเขาวิ่งขึ้นวิ่งลงเป็นหลายไมล์ และเหนือกว่าพวกเราหลายขุม” กุนซือเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดให้สัมภาษณ์กับสื่อ BT Sports

“ดังนั้นศูนย์ผลิตโค้ชหรือคนที่อยากจะเข้ามาเป็นโค้ชฟุตบอลทั้งหลายควรจะเอาเยี่ยงอย่างลิเวอร์พูล อย่างในคืนนี้ พวกเขามีความถ่อมตน-มุ่งมั่นในฐานะแชมป์โลกและแชมป์ยุโรป และตอนนี้กำลังอยู่ในเส้นทางที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกใบ”

“ขอบคุณที่ได้ดวลกับลิเวอร์พูล มาเป็นนัดที่ 2 แล้ว ผมขอให้เจอร์เก้น คล็อปป์และลิเวอร์พูลโชคดี ผมรักทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเขา แนวทางที่พวกเขาเป็นทั้งในเรื่องของแท็กติกและเทคนิคของผู้เล่น รวมถึงร่างกายและสภาพจิตใจ มันน่ามหัศจรรย์มาก และถ้านี่เป็นสิ่งที่ดีพอสำหรับพวกเขาแล้ว มันก็ดีพอสำหรับใครคนอื่นเช่นกัน”

พอล เมอร์สัน ชี้ “เจอร์เก้น คล็อปป์” เหนือกว่า “เป็ป กวาร์ดิโอล่า”

เมอร์สันพูดถึงความต่างระหว่างเป็ป กับคล็อปป์

“คล็อปป์ยอดเยี่ยมกว่า เขาอาจจะพา ร็อทเธอร์แฮม (ทีมจากลีกวัน) เลื่อนชั้นไปสู่พรีเมียร์ลีกก็ได้ เพียงแค่ให้เวลาเขาเท่านั้น แต่กวาร์ดิโอล่าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เขาต้องการนักเตะระดับค่าตัว 80-90 ล้านปอนด์เพื่อมาปูระบบของทีม ซึ่งสำหรับคล็อปป์นั้นไม่จำเป็นเลย” – [เมอร์สัน กูรูจากสื่อ Sky Sports อดีตตำนานปืนใหญ่กล่าว]

คล็อปป์กับเป็ป ตั้งแต่ย้ายมาพรีเมียร์ ต่างกันตรงไหน ?

เริ่มจาก..


1. แมนซิตี้เป็นทีมเศรษฐีน้ำมัน มีนักเตะเกรด A เตรียมพร้อมก่อนเป็ปมา ส่วนลิเวอร์พูลเดิมทีมีนักเตะเกรด B เกือบทั้งทีม


2. แมนซิตี้ทุ่มซื้อนักเตะได้ตามใจชอบ แต่ลิเวอร์พูลต้องค่อยๆถ่ายของเก่าออกและหาตัวใหม่เข้ามาพัฒนาโดยปรับทีละนิด

3. คล็อปป์มีการใส่แท็คติกที่หลากหลายรูปแบบ เซ็ทระบบได้ดีทั้งเกมรุกเกมรับ ส่วนเป็ปใช้สไตล์เดียว แท็คติกเดิมๆมาตลอดที่ใช้กับทุกทีม คือการเล่นบอลเกมรุกชิ่งเร็วและหาช่องแทงทะลุ

4. ในฤดูกาล 2019-20 นี้คล็อปป์ได้ทีมที่เขาพอใจที่สุดโดยไม่ซื้อนักเตะเข้าทีมชุดใหญ่เลยในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล ซึ่งเป็นทีมจากชุดแชมป์ยุโรป 2019 โดยได้รับการยกย่องจากเหล่ากูรูของสื่อต่างๆ เป็นเสียงเดียวกันว่า ลิเวอร์พูลชุดนี้แกร่งที่สุดในโลก ซึ่งเป็นการวิจารณ์จากฟอร์มในสนาม ไม่ได้วัดจากการที่ไปคว้าแชมป์สโมสรโลกมา

ลิเวอร์พูล ทำสถิติเป็นทีมแรกของ 5 ลีกใหญ่ที่ทำได้ 61 แต้มใน 21 นัด

ลิเวอร์พูล ได้สร้างสถิติและประวัติศาสตร์หน้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลังบุกทุบ สเปอร์ส 1-0

📌 ลิเวอร์พูล เก็บไป 61 แต้มในพรีเมียร์ลีก ปี 2019-20 พวกเขากลายเป็นสโมสรแรกใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปที่เก็บชัยได้ 20 จาก 21 นัดแรกของฤดูกาลด้วย (การแข่งขันรูปแบบชนะได้ 3 แต้ม)

{ 5 ลีกใหญ่ : พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, กัลโช่ เซรีอา, บุนเดสลีกา, ลีกเอิง }

📌 ลิเวอร์พูล เก็บไป 104 แต้มจาก 38 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (ชนะ 33 เสมอ 5 แพ้ 0) ซึ่งแซงหน้าทุกทีมที่ผ่าน 38 เกมในประวัติศาสตร์การแข่งขัน ทุบสถิติเดิม 102 คะแนนจาก แมนฯ ซิตี้ (จบปี 2018) และ เชลซี (ปี 2005)

📌 ลิเวอร์พูล เวลานี้ทำสถิติยิงประตูในจำนวนนัดติดต่อกันได้ยาวนานที่สุดร่วมตั้งแต่ออกสตาร์ทซีซั่นในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี เท่ากับที่พวกเขาเองนี่แหละที่เคยทำไว้ 21 เกมแรกในปี 1933-34

📌 ลิเวอร์พูล ของเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่แพ้เลยตลอด 38 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ที่พวกเขาออกไปพ่าย แมนฯ ซิตี้ เมื่อเดือนมกราคม ปี 2019 ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ของสโมสร แซงหน้าของเดิมก่อนหน้านี้ในปี 1894 ที่ไร้พ่าย 37 นัดในลีก

📌 ลิเวอร์พูล เก็บไปคลีนชีตได้ 6 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2006

📌 โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยิงได้ 5 ประตู จาก 6 นัดหลังสุดให้ลิเวอร์พูล ในทุกรายการ ซึ่งเท่ากับที่เขาทำได้จากการเล่น 30 เกมที่ลงสนามให้หงส์แดงก่อนหน้านั้น

📌 ซาดิโอ มาเน่ บอกว่าคนอื่นชอบก็อปปี้ท่าดีใจเลียนแบบตน

(มุข มาเน่ ^^)

C. fan page : คุณฉุยแชนแนล

ลิเวอร์พูล มีนักเตะกองหลังที่ค่าตัวต่อตำแหน่งแพงที่สุดใน2019-2020 จากการประเมินของ CIES

📌 | ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มีนักเตะกองหลังที่ค่าตัวต่อ ตำแหน่งแพงที่สุดในโลกจากการประเมินของ CIES ( International Centre for Sport Studies )

( เป็นราคาประเมินไม่ใช่ราคาประกาศขาย )

  • ผู้รักษาประตู อลิสสัน เบ็คเกอร์ 77 ล้านยูโร
  • เซนเตอร์แบ็ค ฟาน ไดค์ 93 ล้านยูโร
  • แบ็คขวา เทรนท์ อาร์โนลด์ 110 ล้านยูโร
  • แบ็คซ้าย โรเบิร์ตสัน 77 ล้านยูโร

• ส่วนนักเตะคนอื่นของ ลิเวอร์พูล ที่ติดอยู่ในลิสท์ ที่มีค่าตัวสูงกว่า 50 ล้านยูโร ได้แก่ :

  • ซาลาห์ ติดอันดับ 3 ที่ 175.1 ล้านยูโร
  • มาเน่ อันดับ 5 , 155.6 ล้านยูโร
  • ฟีร์เมียโน่ 111 ล้านยูโร
  • ฟาบินโญ่ 83.6 ล้านยูโร
  • ไวจ์นัลดุม 65.2 ล้านยูโร
  • โกเมส 60.2 ล้านยูโร
  • เฮนเดอร์สัน 53.9 ล้านยูโร

*คนที่มีค่าตัวเเพงที่สุดจากการประเมินนี้คือ คิเลียน เอมปั๊บเป้ 265 ล้านยูโร.

C. fan page : RedAlert Liverpool

ซาดิโอ มาเน่ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมทวีปแอฟริกา ประจำปี 2019

รองเท้าทองคําพรีเมียร์ลีก, ทีมยอดเยี่ยม PFA, แชมป์แชมเปียนส์ลีก, แชมป์ซูเปอร์คัพ, แชมป์คลับเวิร์ล คัพ

และล่าสุด นักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปี

ปี 2019 เป็นปีที่ยอดเยี่ยมของซาดิโอ มาเน่ Sadio Mané

ทำเนียบรางวัล ‪นักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปี

‪ปี 2017: โม ซาลาห์ 🏆‬
‪ปี 2018: โม ซาลาห์ 🏆‬
‪ปี 2019: ซาดิโอ มาเน่ 🏆‬

C. fan page : Anfield New

เมื่อต้องหอบลูกออกจากบ้านหนีไฟป่า ออสเตรเลีย หดหู่สุดๆเลยค่ะตอนนี้

ความรู้สึกพูดไม่ออก ตกใจ ลนลาน เช็คข่าวเหมือนคนบ้า ห่วงบ้าน
อะไรอีกจิปาถะ

เครียดสุดๆ

เมื่อบ่ายเกิดไฟป่าในแถบที่เราอยู่ค่ะ จริงๆเริ่มมีมาเรื่อยๆทั้งอาทิตย์นี้ เมื่อวานก็ไม่ไกลนัก

แต่วันนี้ใกล้เข้ามามาก จนตอนบ่ายควันแรง ลมแรง พอตกเย็นคิดว่าควันจางคงเบาลงแล้ว

สรุปค่ำ ควันหนักกว่าเดิม มองเห็นท้องฟ้าแดงๆใกล้เข้ามา

มีเมสเสส โทรเตือนฉุกเฉินเข้าเบอร์บ้านเบอร์มือถือทุกคนในบ้าน สถานการณ์แย่ลง

ควันครอบบ้านหมด ลูกเริ่มแสบจมูก แม่เริ่มแย่ คุณพ่อเลยเริ่มเดินถามรอบๆบ้านสรุปทุกคนย้ายออก

ขับรถออกมาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วรถติดมาก ตอนนี้พ้นวิธีไฟแล้ว

แต่หมู่บ้านกลายเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน ปิดถนนห้ามเข้าห้ามออก ใจหาย

ชีวิตสามคนพ่อแม่ลูกรอดแน่ตอนนี้ แต่บ้านล่ะ ข้าวของ เพื่อนบ้านที่ไม่ยอมออกมา เราโทรหาเพื่อนๆคนไทยที่อยู่แถบนั้นให้ออก

แต่เค้าคิดว่าน่าจะไม่เป็นไรเพราะไฟคงไม่ไหม้บ้านมีแค่ควัน

เราเองรีบเอาลูกออกมาเพราะห่วงลูกยังเล็กอยู่สูดควันนานอันตราย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ควันแล้ว

ท้องฟ้าแดงไปหมด เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ตำรวจกระชับพื้นที่แล้ว

C. pantip : แม่น้องลูคัสโซ่

“อันเชล็อตติ” เพื่อนคล็อปป์ เกือบได้มาคุมหงส์

ย้อนกลับไปในเดือนตุลาคม ปี 2015 ลิเวอร์พูล ทำการตะเพิด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ออกจากตำแหน่งกุนซือ

เจ้าของทีมนำโดย เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป เร่งเสาะหาคนที่ใช่เข้ามาขณะที่ทีมเต็มไปด้วยซากปรักหักพังชนะแค่ 3 จาก 8 เกมแรกของฤดูกาล

อย่างที่เราทราบกัน เจอร์เก้น คล็อปป์ ถูกดึงเข้ามาพร้อมสร้างความหวัง ความเชื่อ จนทำให้หงส์แดงที่หลับไหลมานานตื่นขึ้นจากฝันร้ายอย่างน่าเหลือเชื่อ

แต่ใครจะรู้ ประวัติศาสตร์อาจถูกขีดเขียนไปอีกแบบหากวันนั้น ผู้จัดการทีมไม่ได้เป็นชายชาวเยอรมันผู้มีแพสชั่นแรงกล้าคนนี้

“หลังแยกทางกับ เรอัล มาดริด ผมได้คุยกับเจ้าของสโมสร (ลิเวอร์พูล) ด้วย”

“พวกเขากำลังมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่ แต่ผมคิดว่าพวกเขาตัดสินใจถูกแล้วล่ะที่เลือก เจอร์เก้น”

“เขาทำงานได้อย่างน่าทึ่งที่ ลิเวอร์พูล ทำได้เป็นอย่างดี เขาสร้างทีมได้อย่างน่ามหัศจรรย์ รวมถึงนักเตะด้วย”

“พวกเขากำลังอยู่ในช่วงที่สมบูรณ์แบบ สภาพที่พร้อมเต็มที่ แต่เราต้องไม่คิดถึงคู่แข่งของเรามากจนเกินไป”

🗣 คาร์โล อันเชล็อตติ

แน่นอน ถ้าย้อนกลับไปในวันนั้น หากมีช้อยส์ก็คงเลือกยาก เพราะ อันเชล็อตติ เองก็ชื่อเสียง ฝีมือระดับอ๋อง

แต่สำหรับเดอะ ค็อป ทุกวันนี้ต่อให้เอาใคร หรือมนุษย์ต่างดาวนอกโลกที่ไหนมาแลกกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็คงไม่ยอมแน่

C. fan page : คุณฉุยแชนแนล

ทีถุงยางยังแจกได้ รัฐก็น่าจะแจกถุงผ้าช้อปปิ้งมั่งนะ

ที่รณรงค์งดใช้ถุงนี่ไม่รู้รวมถึงถุงยางด้วยรึเปล่า นี่ก็ขยะแบบไม่มีใครอยากจะเอาไปรีไซเคิล

ถึงแม้หลายประเทศจะสามารถเผาขยะโดยกำจัดสารพิษได้แล้ว แต่เซเว่นต่างประเทศก็มีบริการถุงกระดาษลดโลกร้อนใส่ของให้ฟรีเป็นปกติสำหรับลูกค้า

ฝรั่งเขามักจะมีตะกร้าและถุงช้อปปิ้งมาก่อนยุคพลาสติกนานแล้ว ไม่เกี่ยวกับเรื่องรณรงค์ แต่สำหรับคนที่ไม่มีตะกร้ามาเซเว่นเขาก็แจกให้

เพียงแต่เซเว่นไทย เจ้าของคือเจ้าสัวไงหละ ผู้ซึ่งบริษัทในเครือไปมีความสัมพันธ์ ซื้อที่ดินของครอบครัวนายกประยุทธ 600 ล้าน สูงกว่าราคาประเมินลิบลิ่ว

สื่อปั่นดราม่า คำพูดเทรนต์-อาร์โนลด์ ถึง ‘แกรี่ เนวิลล์’

เรื่องดราม่านี้มีอยู่ว่า…

กาลครั้งหนึ่ง เจมี่ คาร์ราเกอร์ เคยกล่าววลีคลาสสิกประมาณว่า “ไม่มีนักฟุตบอลคนใดอยากเติบโตขึ้นมาเป็น แกรี่ เนวิลล์” อันหมายถึงการเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ค ซึ่งในความหมายของคนส่วนใหญ่ คือตำแหน่งที่ไม่สำคัญ หรือมีความสำคัญน้อยกว่าตำแหน่งอื่นๆ ในสนาม

คนที่เล่นบอลไม่เก่ง หรือเก่งน้อยกว่าคนอื่นจึงมักจะถูกจับไปเล่นเป็น ‘แบ็ค’ เสมอ อะไรประมาณนี้

โทษฐานที่ร่วมงานกัน (วิจารณ์บอลทางทีวี) และสนิทสนมกัน คาร์ราเกอร์ เลยเอาอดีตแบ็คขวาอย่าง ‘น้าเนฟ’ นี่แหละมายกเป็นตัวอย่างเหมือนแซวไปในตัว เพราะความจริงตัวเองก็เคยเล่นเป็นแบ็คมาเหมือนกัน

แต่ไม่ได้หมายความว่า ก.เนวิลล์ ไม่เก่งนะ เพราะใครๆ ก็น่าจะรู้อยู่ว่านี่คือแบ็คขวายอดเยี่ยมตลอดกาลของพรีเมียร์ลีก

ทีนี้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่ในปัจจุบันคือสุดยอดแบ็คขวาระดับโลกที่โดดเด่นมากในเกมรุก โดยเฉพาะการเปิดบอลจากริมเส้นที่แม่นยำจนทำ ‘แอสซิสต์’ ได้มากกว่าผู้เล่นในแผนกเกมรุก

เขาจึงออกมาพูดถึงมิติใหม่ของฟูลแบ็คว่าเดี๋ยวนี้มันไม่ใช่ตำแหน่งลูกเมียน้อยที่ต้องเน้นแต่เกมรับอย่างเดียวอีกต่อไป

“มันมีคำพูดยอดนิยมว่า…ไม่มีใครอยากเกิดมาเป็นแบ็ค หรือ แกรี่ เนวิลล์…เราต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดแบบนี้” นี่คือคำพูดของ เทรนต์ เอ-เอ

สื่อบางประเภทเห็นเป็นโอกาสจึงพยายามพาดหัวข่าว เพื่อโยงให้ดูเหมือนว่าดาวเตะจอมเปิดป้อนของหงส์แดงผู้นี้ดูถูกดูแคลนอดีตเด็กผีอย่าง แกรี่ เนวิลล์ เพื่อก่อให้เกิดความดราม่า เนื่องจากรู้ว่าชาวบ้านบางประเทศอ่านหนังสือปีละไม่เกิน 8 บรรทัด แถมยังอ่านไม่ละเอียด และอ่านไม่จบ แต่กลับชอบแสดงความเห็นอย่างเร่งรีบเป็นประจำ

แล้วก็ได้ผลนะครับ

อย่างไรก็ตาม

บางคนถึงขนาดอ่านจบแล้วก็ยังแยกแยะไม่ออกอยู่ดีว่าเจ้าของคำพูดเขาไม่ได้แขวะ ไม่ได้แซะ และไม่ได้จ้วงจึกดาวเตะรุ่นน้าทีมชาติอังกฤษของตัวเองแต่อย่างใด

ว่าแล้วสงครามระหว่างเด็กผีกับเด็กหงส์ก็เริ่มขึ้นอีกครั้งตามระเบียบ

C. fan page : บอ.บู๋

(คาร์ราเกอร์โพสต์ IG สื่อถึงความเป็นมา จากอริกลายเป็นเพื่อนสนิท)

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น